do you know Y?

ทำไมต้องทำไม?

03 September
0Comments

ทำไมบางทีเราอยากทำในสิ่งที่ไม่ควรจะทำ?

เชื่อว่าคำถามนี้ เป็นคำถามที่เชื่อว่า หลายคน น่าจะเคยถามตัวเองอยู่ในเวลาที่สิ่งที่ต้องการจะทำ และสิ่งที่ควรจะทำ ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน หรือบางครั้งเลวร้ายกว่านั้น อาจจะสวนทางกัน

นักเรียนหลายคน อยากดูการ์ตูน เล่นหุ่นยนต์ เกมส์ออนไลน์ หรือ BB ทั้งๆ ยังไม่ได้ทำการบ้าน

นักศึกษาหลายคน อาจจะอยากออกไปเที่ยว เอาเงินที่พ่อแม่ส่งเสียมาให้เรียน ไปใช้ในการศึกษาภาคกลางคืน ทั้งๆ ที่จะต้องสอบในอีกไม่กี่วัน

พนักงานหลายคน อยากเล่น Facebook ปลูกผัก เลี้ยงปลา จีบกันไป จีบกันมา ในเวลางาน

คนน้ำหนักเกิน ที่ตั้งใจจะลดความอ้วน ก็อดไม่เคยได้ที่จะไม่กินข้าวขาหมู หรือทอดมันกุ้ง

บางคนก็ตื่นสาย ทั้งๆ ที่รู้ว่าควรจะไปทำงานเช้า

หลายคน แอบรัก แอบชอบพี่เคน ทั้งๆ ที่รู้อยู่ว่าเค้ามีครอบครัวแล้ว – -” ณ จุดนี้..สะเทือนใจมาก

หรือบางครั้ง ชีวิตอาจจะเหมือนกับเพลงทั้ง ทั้งที่รู้ ของอัสนีย์ วสันต์ ที่ร้องว่า

เราก็เหมือนดังใครๆ อยากทำชีวิตดีๆ แต่มีบางครั้งคนเราก็ต้องจำใจ

ทั้งทั้งที่รู้อยู่ ก็ทั้งทั้งที่รู้อยู่อยู่เต็มหัวใจ จะลองทำไปสักครั้ง ทั้งทั้งที่รู้อยู่ ก็ทั้งทั้งที่รู้อยู่พอเข้าใจแต่แล้วมีทางอื่นไหมให้เราเลือกทำ

ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?

การเลือกมันช่างยาก บางครั้งกว่าจะรู้ว่าเลือกทำในสิ่งที่ผิด หรือถูก จุดกลับรถก็เลยมาไกลในระยะทางที่ต้องเลือกระหว่างจะกลับรถ แล้วไปไม่ถึงไหน หรือไปถึงจุดหมายที่เราไม่ได้อยากให้มันเป็นปลายทาง
Hard_to_make_the_right_choice

หลายปีที่ผ่านมาของช่วงเข้าพรรษา จะมีการรณรงค์การงดเหล้าเข้าพรรษา อย่างครึกโครม เชื่อว่า หลายๆ คน อาจจะเคยมีความตั้งใจที่จะลด หรือกระทั่ง งด เพื่อฝึกตัวเอง และสั่งสมคุณงามความดี แต่หลายครั้งที่หลายคนอาจจะประสบความล้มเหลวในภารกิจดังกล่าว

ไม่ใช่ไม่รู้ว่าน้องแอลไม่ดีต่อสุขภาพ หรือไม่รู้บาปบุญคุณโทษ แต่ส่วนใหญ่จะออกแนว อดไม่ได้ เสียไม่ได้ และตอนนั้นยังไม่ใกล้ตาย แล้วเลยอ้างข้างๆ คูๆ ว่าหากเราคิดว่ามันเป็นแค่น้ำ..มันก็เป็นแค่นั้น แล้วชักสีหน้าประหนึ่งว่าเป็นเสรีชนนับในลัทธิเซน ซึ่งอ๊วกก็ได้กระเซนออกจากปากในเวลาต่อมา แต่หากตอนนั้นใกล้ตายแล้ว คาดว่าอาจมีแนวโน้มที่จะหักห้ามใจได้มากขึ้นเล็กน้อย

เป็นที่น่าสังเกตว่า การปรับให้ตัวเองไม่ทำในสิ่งที่ไม่ควรจะทำ เหมือนจะง่ายกว่าการสร้างวินัยให้ทำให้สิ่งที่ควรจะทำอย่างสม่ำเสมอ เพราะการไม่ทำ สิ่งที่ทำคือหักห้ามใจ ในขณะที่การทำในสิ่งที่ควรจะทำ ต้องทั้งหักห้ามใจเอาเวลาที่ทำสิ่งที่ชอบทำ หรือทำมาเสียจนเคยชินและผลักดันตัวเองให้ทำในสิ่งที่ควรจะทำในเวลาเดียวกัน

และเป็นที่น่าสังเกตอีกครั้งว่า การกระทำในสิ่งที่เราไม่ควรกระทำส่วนใหญ่ เราจะหาเหตุผลก่อนกระทำให้ตัวเองไม่ได้ หรือไม่ได้ยั้งคิดว่าเราต้องการเหตุผลที่จะกระทำสิ่งเหล่านั้น ทว่าจะมาถนัดสร้างข้ออ้าง และข้อแก้ตัวให้ตัวเองในภายหลังจากที่ได้ลงมือทำไปแล้ว

หากไม่ได้ไตร่ตรองสิ่งที่จะทำอย่างถี่ถ้วน เพื่อเปิดโอกาสให้เหตุผลมาควบคุมอารมณ์ เราก็อาจพลั้งใจ อนุญาตให้ตัวเองทำในสิ่งที่ในอีกหนึ่งนาที่ หนึ่งวัน หรือหนึ่งปีต่อมา เราเห็นว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่สิ้นคิดเต็มประดา..เนื่องจากผลเมื่อชั่งผลของมันแล้ว ทำให้เรารู้สึกลบมากกว่ารู้สึกบวก แต่หากเราปล่อยตัว ปล่อยใจทำในสิ่งที่อยากทำมากกว่าสิ่งที่ควรทำอยู่เรื่อยๆ เรื่อยๆ และเรื่อยๆ..น่าคิดเหมือนกัน ว่าเมื่อผ่านไปนานเข้า เราอาจจะเริ่มสับสนว่าอะไร เป็นอะไร

เขียนมาซะยืดยาว ข้อสรุปที่ได้เหมือนไม่ค่อยจะต่างจากตอนที่แล้ว นั่นก็คือคงเป็นเพราะ คนเรามีเหตุผลที่จะไม่มีเหตุผลได้เรื่อยๆ

หากถามว่า แล้วทำอย่างไร จะหลุดพ้นจากวงเวียนนี้.. ก็คงต้องย้ำิคิด ก่อนที่จะย้ำทำ ให้มากขึ้นกว่าเดิมหน่อย หรือไม่ก็ลองทำมันไปอีกสักครั้ง .. บางครั้งบทเรียนอาจจะแรงพอที่จะทำให้เราเรียนรู้ที่จะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง

10 July
2Comments

ทำไมเราจึงควรบูชาหมึก?

ตั้งแต่ 11 มิถุนายน ที่ผ่านมา หลายๆ คน อาจมีสภาพ-สโล-สเล-สลึม-สลือ นั่งทำงานไป บ่ายๆ อาจจะโงกบ้าง หรือบางคนอาจถึงขั้นส่งคลื่นเสียงกรนบอกเจ้านายว่า “เมื่อคืนผมนอนดึกเพราะดูบอล ตอนนี้ผมกำลังอู้งานอยู่ครับ”

กระแสบอลโลกหอบเอาหลายเรื่องหลายราวให้ขึ้นมาอยู่ในพื้นที่สื่อ ทั้งนางแบบทรงโตถ่ายภาพเปลือยบ้าง การพนันบอลออนไลน์บ้าง แต่ที่มาแรง แซงทุกอย่างในตอนนี้คือท่านปลาหมึกผู้หยั่งรู้ผลบอล

ล่าสุด ทั่น “พอล” หมึกยักษ์ ได้แสดงอภินิหาร ที่ทายผลการแข่งขันฟุตบอลโลกปีนี้ได้แม่นยำจนควรอัญเชิญให้ทั่นขึ้นแท่นเป็นเซียนบอลตัวจริงภายในสามวัน ห้าวัน และเมื่อวานที่ผ่านมา ทั่นพอลก็ได้ทำให้โลกตะลึง โดยทายผลการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ ระหว่างเยอรมัน สเปน ว่าสเปนจะมีชัยเหนืออินทรีย์เหล็กเยอรมัน แล้วผลการแข่งขันก็เป็นไปตามประกาศิตเทพออตโดตปุต แม้ว่าชาวเยอรมันหลายคนจะพยายามอย่างยิ่งที่จะกินหมึกยักษ์เพื่อแก้เคล็ด..แต่ก็ไม่สามารถทัดทานชะตากรรมที่ทั่นหมึกได้ทำนายไว้ได้

โอ้ววว….

นี่เรากำลังจะเข้าสู่ยุคแห่งการบูชาหมึกจริงๆ หรือเนี่ย…?????????

ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งพ่วงดีกรีแฟนพันธุ์แท้ทะเลไทย ได้ให้สัมภาษณ์กับทีมงานมติชนออนไลน์ว่า

ผมบอกได้เลยว่าปลาหมึกมันดูบอลไม่เป็น

อ้าวว เป็นไปได้ยังไรกัน ทั่นพอลออกจะหยั่งรู้ผลบอลขนาดนั้น

ดร.ธรณ์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หมึก เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่ฉลาดที่สุดอย่างหนึ่ง เมื่อพิจารณาจากการล่าเหยื่อ การหลอกล่อ การป้องกันตัว การใช้ชีวิต ฯลฯ แต่ตัวท่านเอง ไม่สามารถที่จะอธิบายได้เช่นกันว่าเป็นเพราะเหตุใด อาจเป็นเพราะความบังเอิญ หรืออาจเป็นเพราะเหยื่อ ซึ่งก็ คือ หอย หรือบางที อาจมีวิญญาณเจ้าพ่อปลาหมึกสิงร่างอยู่ก็ได้ หรือมันอาจจะมีเซนส์พิเศษ ลึกลับ ที่ยังไม่มีนักวิทยาศาสตร์คนใดพิสูจน์ได้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร

หากไม่มีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม คงยังไม่มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มาอธิบายว่าทำไมจึงเป็นอย่างนั้น ดังนั้น พฤติกรรมของคุณพอลในขณะนั้น จึงไม่ต่างกับ การแข่งขันฟุตบอล คือ สามารถคาดการณ์ได้ และโอกาส ถูก ต่อ ผิด อยู่ที่ ครึ่ง ต่อ ครึ่ง เพราะว่าการแข่งขันฟุตบอลนั้นพื้นฐานของผลแพ้ชนะไม่ได้อยู่ที่กฎ แต่ขึ้นอยู่กับปรากฏการณ์ คำว่าพลิกล๊อค หรือเหนือความคาดหมายจึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นธรรมดาในการแข่งขันกีฬา ต่างจากคนที่เกิดมาแล้วต้องตายแน่นอน 100% ผลไม่มีทางพลิก

การนำสิ่งไม่มีเหตุผล มาคาดการณ์สิ่งไม่มีเหตุผล อืม..สมกันดีทีเดียว

หากเรื่องนี้เกิดขึ้นในบ้านเรา คงไม่น่าตกใจเท่าไหร่ เพราะบ้านเราเมืองเรา มีข่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์แสดงอภิหารย์ ปรากฏการณ์มหัศจรรย์โชว์หราบนหน้าหนังสือพิมพ์แทบไม่เว้นวัน โดยเฉพาะช่วงปลายเดือนกลางเดือนจะมีความถี่มากหน่อย แต่กับประเทศเยอรมันที่ก้าวล้ำทางเทคโนโลยีในระดับแนวหน้าของโลกนี่สิ ทำไมเค้าจึงเชื่อทั่นหมึก?

กว่า 600 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการเราเริ่มหันหาและขุดค้นคำตอบจากคำถามต่อสรรพสิ่งด้วยเหตุผลและวิทยาศาสตร์ แต่มาวันนี้หลายๆ คน กลับหันไปหา และศรัทธาในสิ่งที่ไม่อาจอธิบายได้ มากขึ้น มากขึ้น มากขึ้น อาจจะเป็นเพราะเราเบื่อหน่ายกับความซ้ำซากจำเจจืดชืดของเหตุผล ตรรกะ เหตุผล ตรรก เหตุผล ซึ่งเมื่อไตร่ตรองให้ดีแล้ว ชุดเหตุผล ตรรกะที่เรามีนั้น ถูกต้อง ภายใต้ความรู้ ประสบการณ์ที่เรามี แต่ในโลกนี้ยังมีอีกหลายสิ่ง หลายอย่างที่เราไม่รู้ จึงไม่แน่ว่าเหตุผลกับตรรกะอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย และไม่ใช่ที่ที่เราจะเอาความเชื่อไปพักพิงแอบอิงไว้ได้อย่างสบายใจไร้ข้องกังขา เราจึงเบือนหน้าหนีจากสิ่งเก่าๆ ไปซบอกสิ่งที่เก่ายิ่งกว่าซึ่งก็คือ….
ทั่นพอลนั่นเอง

สงสัยว่ายุคสมัยกำลังจะเปลี่ยน โลกกำลังจะปรับ อาจถึงเวลาแล้วที่เราต้องมาบูชาปลาหมึกกัน?

หมึกยักษ์

หากตอนนี้คิดอะไรไม่ออก หาคำตอบไม่ได้ ลองโทรถามทั่นพอลนะคะ หรือไม่ถามต้นไม้ ใบไม้ หมา แมวที่บ้านดูก็ได้..ไม่แน่ อาจได้คำตอบดีๆ

03 December
5Comments

เขียนบล็อกทำไม

คำถามนี้ตอบไม่ง่าย เว้นแต่ว่า จะตอบว่า “ก็กูอยากเขียน” และการสนทนาก็จะสิ้นสุดพร้อมกับสัญญาณดังกล่าว

เพราะการเขียนบล็อก ต่างจากการกินอาการ ดื่มน้ำ หรือเข้าส้วม ไม่ได้จำเป็นสำหรับการมีชีวิตอยู่ขนาดที่ว่าหากไม่ได้เขียนซักสี่วันอาจตาย??  เอ..ชักไม่แน่ใจ

หลายคนคงเริ่มคิดในใจแแล้วหละสิว่า “ไมไม่ถามตัวเองหละ ว่าเขียนทำไม”

โดยความเข้าใจของตัวเองนั้น งานเขียน เป็นงานศิลปะอย่างหนึ่ง ผู้สร้างสรรค์งานมีความสุขระดับหนึ่งเมื่อก่อร่างสร้างงาน และกราฟความสุขจะพุ่งขึ้นด้วยความเร่งเมื่องานนั้นได้ปรากฏต่อสายตาและกระทบใจของผู้อื่น

ส่วนใหญ่ การเขียนบล็อกออกจะมีลักษณะบางอย่าง ต่างจากการเขียนนิยาย หรือการวาดภาพ  เพราะเป็นสิ่งที่เสนอตัวตน(อัตลักษณ์ – Identity) ของเจ้าของบล็อก(อย่างที่เจ้าของอยากเสนอ) โดยไม่ต้องผ่านภาพ หรือตัวละคร ในนิยาย นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างพื้นที่ ใน Cyber Space ให้กับตัวเอง ในคนใน Cyber world  รับรู้ความการดำรงอยู่ของเรา หวังว่าตอนนี้คุณจะเห็นว่ามี YYY อยู่ที่นี่..และเราคงได้รู้จักกันมากขึ้นนะคะ

ว่าแต่ว่า..คุณคิดว่าคนเขียนบล็อกกันทำไม?? แล้วคุณหละ…เขียนบล็อกทำไม???