ทำไมบางทีเราอยากทำในสิ่งที่ไม่ควรจะทำ?
เชื่อว่าคำถามนี้ เป็นคำถามที่เชื่อว่า หลายคน น่าจะเคยถามตัวเองอยู่ในเวลาที่สิ่งที่ต้องการจะทำ และสิ่งที่ควรจะทำ ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน หรือบางครั้งเลวร้ายกว่านั้น อาจจะสวนทางกัน
นักเรียนหลายคน อยากดูการ์ตูน เล่นหุ่นยนต์ เกมส์ออนไลน์ หรือ BB ทั้งๆ ยังไม่ได้ทำการบ้าน
นักศึกษาหลายคน อาจจะอยากออกไปเที่ยว เอาเงินที่พ่อแม่ส่งเสียมาให้เรียน ไปใช้ในการศึกษาภาคกลางคืน ทั้งๆ ที่จะต้องสอบในอีกไม่กี่วัน
พนักงานหลายคน อยากเล่น Facebook ปลูกผัก เลี้ยงปลา จีบกันไป จีบกันมา ในเวลางาน
คนน้ำหนักเกิน ที่ตั้งใจจะลดความอ้วน ก็อดไม่เคยได้ที่จะไม่กินข้าวขาหมู หรือทอดมันกุ้ง
บางคนก็ตื่นสาย ทั้งๆ ที่รู้ว่าควรจะไปทำงานเช้า
หลายคน แอบรัก แอบชอบพี่เคน ทั้งๆ ที่รู้อยู่ว่าเค้ามีครอบครัวแล้ว – -” ณ จุดนี้..สะเทือนใจมาก
หรือบางครั้ง ชีวิตอาจจะเหมือนกับเพลงทั้ง ทั้งที่รู้ ของอัสนีย์ วสันต์ ที่ร้องว่า
เราก็เหมือนดังใครๆ อยากทำชีวิตดีๆ แต่มีบางครั้งคนเราก็ต้องจำใจ
ทั้งทั้งที่รู้อยู่ ก็ทั้งทั้งที่รู้อยู่อยู่เต็มหัวใจ จะลองทำไปสักครั้ง ทั้งทั้งที่รู้อยู่ ก็ทั้งทั้งที่รู้อยู่พอเข้าใจแต่แล้วมีทางอื่นไหมให้เราเลือกทำ
ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?
การเลือกมันช่างยาก บางครั้งกว่าจะรู้ว่าเลือกทำในสิ่งที่ผิด หรือถูก จุดกลับรถก็เลยมาไกลในระยะทางที่ต้องเลือกระหว่างจะกลับรถ แล้วไปไม่ถึงไหน หรือไปถึงจุดหมายที่เราไม่ได้อยากให้มันเป็นปลายทาง

หลายปีที่ผ่านมาของช่วงเข้าพรรษา จะมีการรณรงค์การงดเหล้าเข้าพรรษา อย่างครึกโครม เชื่อว่า หลายๆ คน อาจจะเคยมีความตั้งใจที่จะลด หรือกระทั่ง งด เพื่อฝึกตัวเอง และสั่งสมคุณงามความดี แต่หลายครั้งที่หลายคนอาจจะประสบความล้มเหลวในภารกิจดังกล่าว
ไม่ใช่ไม่รู้ว่าน้องแอลไม่ดีต่อสุขภาพ หรือไม่รู้บาปบุญคุณโทษ แต่ส่วนใหญ่จะออกแนว อดไม่ได้ เสียไม่ได้ และตอนนั้นยังไม่ใกล้ตาย แล้วเลยอ้างข้างๆ คูๆ ว่าหากเราคิดว่ามันเป็นแค่น้ำ..มันก็เป็นแค่นั้น แล้วชักสีหน้าประหนึ่งว่าเป็นเสรีชนนับในลัทธิเซน ซึ่งอ๊วกก็ได้กระเซนออกจากปากในเวลาต่อมา แต่หากตอนนั้นใกล้ตายแล้ว คาดว่าอาจมีแนวโน้มที่จะหักห้ามใจได้มากขึ้นเล็กน้อย
เป็นที่น่าสังเกตว่า การปรับให้ตัวเองไม่ทำในสิ่งที่ไม่ควรจะทำ เหมือนจะง่ายกว่าการสร้างวินัยให้ทำให้สิ่งที่ควรจะทำอย่างสม่ำเสมอ เพราะการไม่ทำ สิ่งที่ทำคือหักห้ามใจ ในขณะที่การทำในสิ่งที่ควรจะทำ ต้องทั้งหักห้ามใจเอาเวลาที่ทำสิ่งที่ชอบทำ หรือทำมาเสียจนเคยชินและผลักดันตัวเองให้ทำในสิ่งที่ควรจะทำในเวลาเดียวกัน
และเป็นที่น่าสังเกตอีกครั้งว่า การกระทำในสิ่งที่เราไม่ควรกระทำส่วนใหญ่ เราจะหาเหตุผลก่อนกระทำให้ตัวเองไม่ได้ หรือไม่ได้ยั้งคิดว่าเราต้องการเหตุผลที่จะกระทำสิ่งเหล่านั้น ทว่าจะมาถนัดสร้างข้ออ้าง และข้อแก้ตัวให้ตัวเองในภายหลังจากที่ได้ลงมือทำไปแล้ว
หากไม่ได้ไตร่ตรองสิ่งที่จะทำอย่างถี่ถ้วน เพื่อเปิดโอกาสให้เหตุผลมาควบคุมอารมณ์ เราก็อาจพลั้งใจ อนุญาตให้ตัวเองทำในสิ่งที่ในอีกหนึ่งนาที่ หนึ่งวัน หรือหนึ่งปีต่อมา เราเห็นว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่สิ้นคิดเต็มประดา..เนื่องจากผลเมื่อชั่งผลของมันแล้ว ทำให้เรารู้สึกลบมากกว่ารู้สึกบวก แต่หากเราปล่อยตัว ปล่อยใจทำในสิ่งที่อยากทำมากกว่าสิ่งที่ควรทำอยู่เรื่อยๆ เรื่อยๆ และเรื่อยๆ..น่าคิดเหมือนกัน ว่าเมื่อผ่านไปนานเข้า เราอาจจะเริ่มสับสนว่าอะไร เป็นอะไร
เขียนมาซะยืดยาว ข้อสรุปที่ได้เหมือนไม่ค่อยจะต่างจากตอนที่แล้ว นั่นก็คือคงเป็นเพราะ คนเรามีเหตุผลที่จะไม่มีเหตุผลได้เรื่อยๆ
หากถามว่า แล้วทำอย่างไร จะหลุดพ้นจากวงเวียนนี้.. ก็คงต้องย้ำิคิด ก่อนที่จะย้ำทำ ให้มากขึ้นกว่าเดิมหน่อย หรือไม่ก็ลองทำมันไปอีกสักครั้ง .. บางครั้งบทเรียนอาจจะแรงพอที่จะทำให้เราเรียนรู้ที่จะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง
