ทำไมไม่อัพบล็อก
สิ่งหนึ่งที่ทำให้บล็อกดัง และประสบความสำเร็จ คือความต่อเนื่องในการอัพเดต เพื่อให้เกิดการเกาะติดสถานการณ์ … ท่าทาง yyy จะดังยากซะแล้ว
นับจากการอัพบล็อกครั้งสุดท้าย ผ่านไปหนึ่งเดือนพอดี กว่าจะคลอดหัวข้อนี้ออกมา ซึ่งแม้ว่าหัวข้ออาจดูไม่ค่อยหน้าสนใจเท่าไหร่ แต่เป็นหัวข้อที่อยากจะเขียน – -”
เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา วายได้ละครชุดอเมริกันเรื่องนึง (ดัดจริตพยายามใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง จะว่าให้คนเข้าใจคงต้องบอกว่าเป็นซีรี่ส์นั่นหละคะ) ชื่อเรื่อง Desperate Housewives – แม่บ้านหัวใจเปลี่ยว (ใครหนอช่างแปลได้เปลี่ยวใจดีแท้)

แม้ว่าชื่อเรื่องจะฟังเหมือนเป็นเรื่องราวแห่งความห่อเหี่ยวของชีวิตรักสุกงอมในครอบครัว ซึ่งอาจดูไม่ค่อยจรรโลงสังคมสักเท่าไหร่ แต่วายเห็นหากมองเรื่องนี้ในมุมกลับ นำข้อผิดพลาดของตัวละคร ซึ่งอาจจะสอดคล้องกับสิ่งที่เราเป็น หรือสิ่งที่กำลังประสบอยู่ ทั้งในชีวิตประจำวัน และชีวิตในครอบครัว น่าจะเป็นส่วนที่ส่งเสริมให้คนดูนั้น เข้าใจตัวเอง ในขณะที่เรียนรู้ที่จะทำความเข้าใจคนอื่น และทำให้ความสัมพันธ์ที่มีกับใครๆๆๆ ดีขึ้นได้
ค่านิยมในการใช้ชีวิตของตัวละครเอกที่เป็นแม่บ้านหลายคน หลายแบบ ที่ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านพฤติกรรมที่แต่ละคนใช้รับมือกับมรสุมชีวิต ซึ่งแตกต่างไปตามประสบการณ์ซึ่งก่อร่างสร้างทัศนคติของแต่ละคนที่มีต่อโลก ทั้งชอบ และชัง ที่ทำให้แต่ละคนล้วนมีส่วนดี และส่วนชั่ว ส่วนเด่น และส่วนด้อย
ส่วนแห่งความไม่สมบูรณ์เหล่านี้หละที่สร้างนางเอกในเทพนิยายและนางเอกหนังไทยที่ทั้งหน้าตาดี และจิตใจงามขึ้นมา…
นอกจากปัญหาชีวิตครอบครัวที่สมจริง สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้น่าติดตามอย่างมาก คือความสมจริงสมจัง ทั้งเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย และการแต่งหน้า เวลาเมาก็เละจริง เวลาป่วยก็ดูป่วยจริง เวลานอน หรือเวลาตื่น ก็ดูสมจริงสมจัง ซึ่งต่างจากหนังไทย แม้เวลาจะนอน ตาก็ยังเด้ง ปากก็ยังฉ่ำอยู่
ดูหนังชุดนี้จบแล้วก็ทำให้รู้จักตัวเองมากขึ้น เข้าใจคนอื่นมากขึ้น และที่สำคัญมีกำลังใจที่จะใช้ชีวิตมากขึ้น
หากคุณอยากเข้าใจคน หนังเรื่องนี้น่าจะช่วยทำให้คุณสามารถเข้าใจคนได้เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่ง และอาจจะเข้าใจในขั้นที่เริ่มเบื่อหน่ายที่จะทำความความเข้าใจให้มากความ อย่างคำที่อาจารย์เกรียงศักดิ์ นิรัติพัฒศัย มาบอกคุณด้วยว่า อย่าได้พยายามเข้าใจคน เพราะขนาดเราเอง ยังไม่เข้าใจตัวเองสักเท่าไหร่ และคน มีเหตุผลที่จะไม่มีเหตุผล..เสมอๆ จริงมั๊ยคะคุณ
แม้ว่าการทำความเข้าใจคน จะต้องใช้พลังงานอย่างมหาศาล และอาจไม่ได้มีความคุ้มค่าหากวัดกันเป็นตัวเงิน แต่วายเองก็เชื่อว่า การเข้าใจคนเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ ทั้งในแง่ที่ทำให้เราสามารถพัฒนาความสัมพันธ์ที่มีต่อคนๆ นั้นได้มากขึ้น หรือป็นไปในทิศทางที่เราต้องการมากขึ้น ทั้งนี้ หากเราเชื่อว่าเข้าใจคนๆ และใช้ความเข้าใจ มาคาดการณ์การกระทำ อาจทำให้เราผิดหวัง และเสียใจได้เช่นกัน
ว่างๆ ลองไปหามาดูกันซักตอนสองตอนนะคะ เมื่อดูแล้ว วายก็หวังว่าคุณๆ จะเข้าใจ ว่าทำไมวายไม่อัพบล็อก
