กระเป๋า และการเดินทาง
การเดินทางทำให้เราได้เรียนรู้ และเติบโต
ในการเดินทางทุกครั้งยกเว้นครั้งที่เราจะกลับสู่ที่ๆ เรามา (หรือตายกลายเป็นปุ๋ย) เราคงจำเป็นต้องเอาอะไรติดไม้ติดมือไปกับเราบ้าง โดยเฉพาะหากการเดินทางนั้นเป็นการเดินทางจากบ้าน และเป็นการเดินทางที่ไกล
หลายคนคงเคยเดินทาง อย่างน้อยก็เดินทางไกลสมัยที่เรียนลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด และอื่นๆ ตามแต่หลักสูตรที่การศึกษาภาคบังคับในประเทศเสรีประชาธิปไตยอย่างประเทศไทยจะกำหนดไว้ และเมื่อลองหลับตานึกย้อนไป หลายคนอาจพบว่าการเดินทางไกลที่ได้มีประสบการณ์นั้นได้สอนว่า จุดหมายปลายทางของการเดินทาง ไม่ได้สำคัญมากไปกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง (เข้าใจว่าส่วนใหญ่จุดหมายปลายทางของการเดินทางไกลของลูกเสือจะเป็นค่ายทหาร ค่ายลูกเสือ ไม่เคยเห็นที่ไหนเป็นจุดชมวิว น้ำตก หรือสวนสนุก???)
สิ่งที่ได้จากการเดินทางไกล เลยเป็นความอดทน การเรียนรู้ที่จะอยู่ และเดินทางร่วมกัน เพื่อให้ไปถึงจุดหมายปลายทางที่ใครสักคนเป็นผู้กำหนด และเรากำหนดให้ตัวเองตัวเองไปให้ถึง
และช่วงเวลาก่อนที่เราจะออกเดินทาง การจัดกระเป๋าก็สอนปรัชญาชีวิตให้กับนักเดินทางหลายอย่าง
กระเป๋าจะเป็นภาระของผู้แบกตั้งแต่ออกเดินทาง ไปจนถึงจุดหมาย หากเตรียมของใส่กระเป๋าน้อยเพื่อให้น้ำหนักเบา ไม่เป็นภาระมาก ก็อาจขาดสิ่งจำเป็นต้องใช้สอย แต่หากใส่ของในกระเป๋ามาก เดินทางไปไม่เท่าไหร่ก็คงหอบแฮ่ก..อาจต้องทิ้งข้าวของบางอย่างไว้ระหว่างทาง เพื่อให้สามารถเดินทางต่อไปไหว
หากเป็นการเดินทางโดยอาศัยการขนส่งสาธารณะ อาจมีข้อจำกัดเรื่องน้ำหนักของกระเป๋าโดยผู้ให้บริการ ทั้งนี้หากคุณรวย และมีเส้น เรื่องข้อจำกัดนี้ก็จะไม่ใช่ปัญหา
ไม่ต่างจากชีวิตเท่าไหร่ ที่เวลา และพลังในการใช้ชีวิตไม่ได้มีเพียงพอที่จะทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องการได้ (แต่ถ้าเรารวย และมีเส้น เราอาจเลือกได้มากขึ้น..? )
ดังนั้น สิ่งที่เราต้องทำคือใคร่ครวญให้ดีว่า สิ่งใดคือสิ่งสำคัญ และจำเป็นต้องทำ และสิ่งไหนไม่ใช่ ทั้งนี้คำตอบที่นำไปสู่การเลือก อาจจะไม่ใช่คำตอบที่เป็นสัจจนิรันดร์ พอถึงวันหนึ่งเราอาจมาเริ่มนึกเสียดายว่า ทำไมวันนั้นไม่เลือกทำอย่างนั้นอย่างนี้ เพื่อที่วันนี้จะได้เป็นอย่างนี้อย่างนั้น
การกระทำดังกล่าวจะทำให้เราได้ใคร่ครวญ ถึ่งสิ่งที่เราได้ทำในอดีต และทำลายเวลาที่เราจะเอาไปคิดเพื่อทำให้อนาคตของเราดีขึ้น
ตอนนี้วายมาอยู่ที่ญี่ปุ่นค่ะ และจะอยู่ไปอีกนานนนน การจัดกระเป๋าเลยต้องทำอย่างจริงจัง กระนั้นก็ยังลืมหยิบฉวยหลายสิ่งหลายอย่างลงกระเป๋า กว่าจะรู้ก็ตอนที่จะต้องใช้..แล้วมันไม่มี.. – -”
แต่ก็โชคดีว่าสิ่งที่ลืมนั้น ไม่ใช่ของหายาก หรือของที่ผลิตในประเทศไทยและไม่ส่งออก (คาดว่าเราคงไม่จำเป็นต้องใช้ของแบบนั้น..เพราะหากไม่มีอุปสงค์ หรืออุปทานขนาดนั้น..คาดว่าเราน่าจะสามารถดำรงชีพอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งพามัน?) เลยหาซื้อของแถวๆ ที่พักได้ ในราคาไทย + ค่าลืม แต่ละอย่างก็ราคาพอสมควรที่จะทำให้ไม่ลืมอีกในการเดินทางคราวหน้า หากไม่จำเป็นต้องใช้ คาดว่าคงรอเงินเยนอ่อนค่า แล้วค่อยพิจารณาซื้อ (จะงกไปไหนไม่รู้เนี่ย)
ถ้าคุณจะเดินทางไปไหน แนะนำว่าลองจดสิ่งที่ใช้ทั้งวัน ตั้งแต่เช้า จนเย็น สักหนึ่งอาทิตย์ ทำเป็นรายการ แล้วบรรจุลงกระเป๋าตามนั้น น่าจะช่วยให้คุณไม่ลืมของที่จำเป็นต้องใช้ และไม่นำของที่ไม่จำเป็นต้องใช้ และกินที่โดยมีประโยชน์ไม่สมควร มาให้หนักเปล่าๆ ปลี้ๆ
ที่เล่ามาเสียยืดยาว ก็เพราะอยากจะบอกว่า YYY ช่วงต่อจากนี้ไป เรื่องส่วนใหญ่ที่พิมพ์ คงเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับญี่ปุ่น ส่วนคำถามจากทางบ้านที่ถามมาก็พยายามจะทยอยตอบให้ในเร็ววันค่ะ(ค้างมานานเลย ^^” )
และหาก พ่อ แม่ พี่ น้อง ท่านใด มีปัญหา คำถาม ข้อสงสัย หรือประเด็นหน้าสนใจเกี่ยวกับดินแดนอาทิตย์อุทัย ขอความกรุณาชี้แนะ และแนะนำมาได้ ทั้งบนเวบนี้ หรือจะหลังไมค์มาที่ metinee.n@gmail.com ได้ตลอดเวลาที่คุณสามารถใช้อินเตอร์เนตนะคะ ทาง yyy ไม่มีรางวัลให้ คงได้แต่ขอบคุณ และขอให้ผลบุญยังสิ่งดีๆ ให้เกิดกับตัวท่าน ครอบครัว และโลกที่ท่านอาศัยอยู่ค่ะ..สาธุ..


Place your comment