ศัลยกรรมความงามกันทำไม?
วันนี้อ่านข่าวมติชน ข่าวอ้างถึง ชิน ยอง โฮ แพทย์ศัลยกรรมชื่อดังชาวเกาหลีใต้ ประเมินว่า มีดาราเกาหลีใต้ 95 % ทำศัลยกรรม เพราะการแข่งขันที่เข้มข้นในวงการบันเทิงแดนโสมมี เช่น สถานีโทรทัศน์ จะไม่เปิดโอกาสให้ดาราที่มีริ้วรอยจำนวนมากบนใบหน้า ได้ออกกล้องเลย ดาราหญิงเกาหลีใต้ จึงทำศัลยกรรมเพื่อรักษาตำแหน่งแห่งที่หน้าเลนส์ไว้ ในโลกเรามีอาชีพเยอะแยะเลยนะคะที่จำเป็นต้องมีหน้าตาเป็นใบเบิกทาง จริงๆ แล้ว น้องๆ หลายคนอาจจะเก็บเงินที่ต้องจ่ายค่าเรียนพิเศษ มาไว้เป็นค่าศัลยกรรมตอนเรียนจบ..ก็น่าจะดีเหมือนกันนะเนี่ย..
ไม่นานมานี้ วายได้ไปเจอเพื่อนเก่าสมัยเรียนมหาลัย หลังไม่ได้พบหน้าค่าตากันมาหลายต่อหลายปีเธอสวยขึ้นอย่างผิดหูผิดตา ด้วยลุคใหม่ การแต่งตัวแบบใหม่ และจมูกอันใหม่ และเล่ากรรมวิธีเพื่อให้ได้ดั้งมาว่าง่ายเหมือนไปถอนฟัน โรงพยาบาลที่เธอไปสร้างดั้งนั้น ไม่จำเป็นต้องนัด หรือเฉพาะเจาะจงว่าหมอคนไหน เพราะทุกคนทำได้เหมือนกันหมด คล้ายๆ กับการเย็บแผล หรือฉีดยา..เลยมีคนมานั่งรอทำดั้งกันหน้าสลอนวันละไม่ต่ำกว่าร้อยคน..”ง่าย”อย่างงั้นเลยทีเดียว
แล้วเธอก็ไม่วายทิ้งท้ายด้วยการบ่นอุบอิบว่ายังโด่งได้ไม่ถึงใจ น่าจะทำให้โด่งกว่านี้ ว่าแล้ววายก็เริ่มจิตตกกับดั้งของตัวเองที่แลดูไม่มีเค้าของดั้งวนิดา(ไม่โด่ง ไม่เรียว ไม่งาม) และเริ่มรำพึงรำพันกับตัวเองเงียบๆ ในใจว่า เอง…ว่าถึงเวลาแล้วหรือเปล่าที่เราจะต้องไปทำจมูกใหม่บ้างอะไรบ้าง
หลังจากฟังเรื่องที่เธอเล่าแล้ว วายก็รู้สึกว่าการทำศัลยกรรมความงาม เป็นเรื่องที่ใครๆ ก็ทำได้ เพราะเข้าถึงได้ง่าย ทั้งจำนวน และความหลายหลายของแหล่งการให้บริการ สไตล์ และระดับราคาที่แต่ละคนสามารถเลือกให้เหมาะกับความต้องการของตัวเองได้ คล้ายๆ กับการเลือกเข้าร้านเสริมสวย ที่แล้วแต่กำลังทรัพย์ ความชอบ และความสามารถในการเสาะหาผู้มีมนต์วิเศษมาเสกให้เราสวย
เมื่อพิจารณาอีกที การทำศัลยกรรม เหมือนกับการซื้อล๊อตตารี่ หรือโอกาสที่จะสวย เพราะไม่ใช่ว่าทำแล้วจะสวยกันทุกคน ทำกับหมอบางคนโอกาสถูกอาจจะมาก บางคนโอกาสถูกอาจจน้อย ทั้งนี้ก็แล้วแต่พื้นดวงที่เกิดจากบุญธรรมกรรมแต่งมาเป็นหน้าตาเราด้วยอีกทีหนึ่ง และล๊อตตารี่ที่ว่ากว่าจะรู้ว่าถูกไม่ถูก ล๊อตตารี่ใบนั้นก็ขึ้นมาอยู่บนตัวของคนซื้อเสียแล้ว ถ้าซื้อถูก คนก็แซ่ซ้องสรรญเสริญ และสอบถามแหล่งที่มาที่ไป แต่ถ้าซื้อมาแล้วมันไม่เหมาะไม่ใช่ก็จะถูกถามเหมือนกัน แต่คำตอบที่ได้คงเอาไปใช้คนละแบบ
คนตัดสินใจให้หมอลงมีดแทบทุกคนต้องการที่จะสวย และคาดหวังไว้ว่าเราจะต้องสวยขึ้น..โดยดึงข้อมูลรูปก่อนทำ และหลังทำของดารา ที่มีถูกขุดค้นและนำเสนอข้อมูล มาบันดาลให้ใจมีหวังและเริ่มเชื่อว่า ใครๆ ก็สวยได้ บางครั้งอาจจะทำให้เราลืมนึกไปว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะสวย และสำเร็จเพราะศัลยกรรมความงาม คนที่ทำแล้วห่วย ก็ซวย ไม่ได้เป็นดารา เราเลยไม่ได้รู้จักกับเขา
แล้วทำไมคนต้องอยากสวย เป็นคำถามที่มีการตั้งเป็นกระทู้ในบอร์ดพันทิป ห้องโต๊ะเครื่องแป้ง หลายต่อหลายต่อหลายครั้ง ส่วนใหญ่ที่เข้าไปตอบกัน ก็สวยเพื่อให้ตนเองมีความสุข ความพึงพอใจในหน้าตาบ้าง สวยเพื่อให้แฟนภูมิใจบ้าง หรือบางคนอาจมาแนวคนจะสวย สวยที่ใจใช่ใบหน้า ซึ่งก็จริงในกรณีที่มีเวลาเหลือเฟือที่จะคัดสรรหนังสือ โดยมองข้ามปกที่ดูเละเทะ หรือจืดชืดไป
แต่ก็คงไม่มีใครปฏิเสธว่า ในหลายๆ โอกาสความสวยมีประโยชน์มากกว่าการสร้างความพึงพอใจให้เจ้าตัว หรือเจ้าของของเจ้าตัว เพราะสังคมไทยเรา หรือสังคมโลก เชิดชูความสวย อย่างนางในวรรณคดีไทยเราก็ยังสวยกันทุกเรื่อง ต่อให้เริ่มเรื่องไม่สวย ตอนท้ายก็กลับมาสวย(อย่างแก้วหน้าม้า) หรือถ้าตอนท้ายไม่สวย ก็ยังมีช่วงที่สวย อย่างนางผีเสื้อ เป็นต้น แม้ความสวยจะไม่คงที่ แต่ความนิยมในความสวยนั้นน่าจะเปลี่ยนแปลงยาก
คนสวยแล้วหยิ่ง คนส่วนใหญ่สังคม(โดยเฉพาะหนุ่ม) จะให้อภัย เพราะถือว่าหยิ่งด้วยความสมเหตุสมผลสมหน้าตา ทำให้คนสวย หรือคนน่ารักหลายคนมักจะใจร้าย เพราะเข้าใจว่าสังคมต้องเข้าใจ และเอาใจในความสวย และน่ารักนั้น ส่วนคนไม่สวยไม่น่ารักนั้น การฝึกที่จะต่อสู้ชีวิตบนลำแข้งของตัวเองเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องเรียนรู้ เนื่องจากรูปร่างน่าตาที่พ่อแม่ให้มานั้น ไม่ได้ทำให้คนรอบข้างรู้สึกว่าจำเป็นต้องทะนุถนอมไว้ดูนานๆ เลยถูกคนรอบข้างปล่อยปละละเลยที่จะดูแล หรืออาจจะไม่ได้แลดูมาตั้งแต่แรกแล้ว ทั้งนี้ถ้าเราอยู่ในสังคมคนตาบอดเรื่องสองมาตรฐานแบบนี้จะไม่เกิดขึ้น
คนฉลาดอย่างเดียวเป็นนางเอกไม่ได้ ประกวดนางงามเวทีไหนก็คงไม่ขึ้นเวที(เพราะคงจะตกรอบคัดเลือก) เราจึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ความสวยนั้นมีประโยชน์ สามารถใช้เป็นกุญแจสู่ความสำเร็จในชีวิตได้เหมือนกับความสามารถ หรือสติปัญญา จะต่างกันก็แค่วิธีการรักษาเพื่อให้คงไว้ และอัตราความเสื่อมถอยที่ความสวยอาจจะถอยได้เร็วกว่า และยาวกว่าความสามารถ และสติปัญญา

โพสนี้ไม่ได้มีเจตนาที่โฆษณาประชาสัมพันธ์ หรือส่งเสริมให้ใครไปทำศัลยกรรมแต่อย่างใด ทั้งนี้ เจ้าของบล็อก มีแนวโน้มอย่างสูงที่จะไปทำอะไรซักอย่าง สองอย่าง หรือหลายอย่าง ด้วยอยากสวยกับเค้าบ้าง จะได้ใช้ชีวิตในสังคมได้ง่าย สะดวกสบาย และได้ยกตัวเองขึ้นมาเป็นชนชั้นสวย แต่กว่าจะสวยได้ คาดว่าคงสูญเงินไปเยอะ และตอนนั้น รายได้เฉลี่ยต่อเดือนคงอยู่ใต้เส้นความยากจน กลายผู้เพิ่มค่าเฉลี่ยหนี้สินของข้าราชการ..แน่ๆๆ ใครรู้ว่าหมอไหนดี แนะนำมาด่วนเลยนะคะ จะรีบไปทำ กลัวว่าจะสวยช้า ถ้าตายก่อนขึ้นมา จะไม่ทันใช้ความสวย ขออย่างเดียว เทรนความสวยอย่าเพิ่งพลิกจังหวะนี้ก็แล้วกัน เดี๋ยวทำมาแล้วมันจะผิดที่ผิดเวลา…กลายเป็นไม่สวยแล้วจะซวยยิ่งกว่าเดิม



