do you know Y?

ทำไมต้องทำไม?

04 July
2Comments

ทำไมควรต่อชีวิตนโยบายช่วยเหลือบรรเทาค่าครองชีพให้ประชาชน

รถเมล์ฟรี

นโยบายประชานิยมที่ยืดเยื้อเรื้อรังมาตั้งแต่สมัยทั่นสมัครยังมีชีวิต ตอนนี้ได้รับการต่ออายุให้ยืดยาวออกไปอีกหลังคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเรื่องการต่ออายุมาตรการบรรเทาภาระของประชาชน ทั้งเรื่องก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ก๊าซเอ็นจีวี และมาตรการช่วยเหลือประชาชน คือ รถเมล์ฟรี รถไฟฟรี และค่าไฟฟ้า อีก 6 เดือน

วายเองในฐานะคนเงินเดือนน้อย ได้ประโยชน์จากการโดยสารรถเมล์ฟรีบ้างในหลายโอกาส นอกจากนี้ในบางเดือนรัฐบาลช่างใจดีกับเราเหลือเกินที่ช่วยจ่ายค่าไฟให้ตั้งหลายร้อย เนื่องจากว่าเป็นคนใช้ไฟฟ้าค่อนข้างประหยัด เวลาทำงาน เขียนรายงาน ส่วนใหญ่ก็อาศัยเทียนเป็นหลัก เลยกว่าพูดได้อย่างเต็มปากว่า ตัวเองเป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์จากนโยบายนี้มากกว่าหลายๆ ท่าน โดยเฉพาะท่านที่จ่ายภาษีเงินได้ รวมทั้งจ่ายภาษีอื่นๆ ในอัตราที่สูง

เมื่อวานนี้ทั่นไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจได้ออกมาแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยต่อมาตรการดังกล่าว โดยบอกว่า “การต่ออายุมาตรการนี้ออกไปอีก 6 เดือนเป็นสิ่งที่ต้องทำ แต่หลังจากนั้นจะทำไงต่อค่อยมาว่ากัน แต่ไม่ควรสนับสนุนเป็นมาตรการถาวร ปล่อยให้ประชาชนได้ดูแลตัวเองบ้าง ตามแนวทางของสังคมสวัสดิการ ที่รัฐบาลสนับสนุนเพียงเล็กน้อย ขอร้องละ จนแล้วอย่าขี้ตามช้าง”

เห็นด้วยค่ะ ว่าตอนนี้ยังไงก็ต้องทำ ช่วยไม่ได้ี่นี่ค่ะ ก็มติ ครม.ออกมาแบบนี้ และเห็นด้วยว่าไม่ควรให้เป็นมาตรการถาวร แต่ไม่แน่ใจเรื่องที่บอกว่าให้ “ประชาชนได้ดูแลตัวเองบ้าง ตามแนวทางของสังคมสวัสดิการ ที่รัฐบาลสนับสนุนเพียงเล็กน้อย” เท่าที่เห็นทุกวันนี้ ประชาชนคนไทยก็ดูแลตัวเองจนไม่รู้จะดูแลยังไงแล้ว รัฐบาลยังไม่ได้ดูแลเราเกินไปหรอกค่ะทั่น ส่วนหลายโครงการที่ทั่นคิดว่าสามารถนำงบประมาณส่วนนี้ไปใช้ประโยชน์ได้มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสร้างโรงเรียน ถนน โรงพยาบาล นั้น คิดว่าเป็นประโยชน์จริงค่ะ โดยเฉพาะกับนายทุนทั้งหลายๆ (ใครเค้าก็รู้..จะบ่นทำไมเนี่ย)

ทันใดนั้น ทั่นเลขาฯ สภาพัด(หากใครยังไม่รู้จัก วายหมายถึง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือที่ๆ กำหนดแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคม ของประเทศเรามาประมาณ 50 ปี) ออกมาอัดทันควัน ว่าทั่นไตรรงค์เป็นอัดนักวิชาการอุดอู้ ในห้องแอร์ไม่มองหลักฐานเชิงประจักษ์ ขาดมุมมองเชิงภาพรวม…สงสัยว่าทั่นจะเคยออกมาทำงานนอกห้องแอร์บ่อยๆ นะคะ ทั่นบอกว่า “แนวคิดที่จะยกระดับให้เป็นมาตรการถาวร อาจจะสร้างความไม่พอใจให้กับนักวิชาการบางกลุ่ม เพราะเขามองแต่เชิงวิชาการ นั่งอยู่แต่ในห้องแอร์ไม่เคยสัมผัสกับพื้นที่ ไม่มองหลักฐานเชิงประจักษ์ ขาดมุมมองเชิงภาพรวม เช่น เรื่องรถเมล์ฟรีเป็นการช่วยเหลือประชาชนจริงๆ โดยเฉพาะคนยากจนในเมือง ที่ไม่มีเงินค่าเดินทาง และยังช่วยลดปัญหาความเลื่อมล้ำด้วย” อยากรู้จังว่าทั่นเลขาฯ เคยเดินทางด้วยรถเมล์ฟรีบ้างหรือไม่?

อยากจะบอกทั่นสักเล็กน้อย แม้ว่าคุณกรณ์จะบอกว่า มาตรการดังว่าจะไม่กระทบเสถียรภาพการคลัง รัฐเก็บเงินภาษีได้มากกว่าเดิม และเล็งว่าจะเก็บภาษีที่ดินรกร้างเพื่อเพิ่มงบ คนที่เขาเสียภาษีคงไม่เห็นด้วยกับมาตรการเหล่านี้เท่าไหร่ ไม่ใช่เพราะเขาเหล่านั้นอยู่แต่ในห้องแอร์ หรือสายตาไม่คมชัดแหลมคมอย่างทั่น หรือว่ากลัวว่าเงินรัฐจะหมด

แต่เป็นเพราะ เขาไม่เห็นว่า การมีรถเมล์ฟรี รถไฟฟรี เป็นประโยชน์ต่อเขา ผู้เสียภาษีอย่างสาสม ในเมื่อ คนที่ได้ประโยชน์จากรถเมล์ฟรี รถไฟฟรี หรือไฟฟ้าฟรี ไม่ใช่แค่คนไม่มีเงินค่าเดินทาง แต่ยังเป็นคนไม่อยากเสียค่าเดินทาง หรือถ้าไม่เสียค่าเดินทางก็ดีอย่างผู้เขียน เป็นต้น ยิ่งไปกว่านั้น รถเมล์ฟรีก็ไม่ได้มีตลอดเวลา หากจะตั้งตารอขึ้นรถเมล์ฟรี ไม่รู้ชีวิตนี้จะต้องเอาเวลามาผลาญที่ป้ายรถเมล์สักเท่าไหร่ แทนที่จะเอาเวลาไปทำมาหากิน

ที่สำคัญโดยส่วนตัวแล้ว ไม่เห็นว่าการดำเนินนโยบายแบบนี้จะลดความเหลื่อมล้ำอะไร ได้ตรงไหน แถมคนจนในเมืองก็ยังก็ยังจน คนจนชนบทก็ยังจนและต้องทำงานหาเลี้ยงปากท้อง คงไม่มีเวลานั่งรถไฟฟรี มานั่งรถเมล์ฟรี – -” แล้วรถก็ยังติดมากยิ่งๆ ขึ้นตลอดเวลา ไม่มีคำตอบสำหรับคำถามของการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ และยากจนที่ดีกว่านี้แล้วหรือ? แม้ว่าจะได้ประโยชน์บ้างเป็นบางครั้งคราว แต่จะหลับหูหลับตาเห็นด้วยกับประชานิยมที่ไม่รู้แก้ปัญหาได้จริงหรือเปล่าเพราะประโยชน์ส่วนตัว ..ก็ไม่ไหวนะคะ??

นโยบายนี้มีทั้งผู้เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย ชอบ และชัง มีทั้งผู้ได้และผู้เสีย สิ่งที่อยากจะพูดตอนนี้ คงไม่ใช่การด่าว่ารัฐบาลกับการตัดสินใจที่ผ่านไปแล้วเพราะมันคงไม่ทำให้อะไรดีขึ้น เพียงแต่หวังว่า รัฐบาล จะสนใจ และใส่ใจความเดือดร้อนประชาชนที่ยากจนทั้งทางเศรษฐกิจ และทางโอกาส รวมถึงพยายามจะแก้ปัญหาอย่างจริงจัง และจริงใจ และทำให้เกิดผลอย่างที่รัฐฯ อ้างเสมอว่าเป็นสิ่งที่คาดหวัง ทั้งบรรเทาความเดือดร้อน และลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งมีอยู่มากมายเหลือเกินในบ้านนี้ เมืองนี้

 

2 Responses to “ทำไมควรต่อชีวิตนโยบายช่วยเหลือบรรเทาค่าครองชีพให้ประชาชน”

  1. xinexo says:

    ไม่เห็นด้วยครับ ภาษีผมทั้งน้านนนนนนน คนขึ้นก็มีแต่คนหน้าด้าน ส่วนคนจนขึ้นไม่ทันคนหน้าด้านครับ

  2. YYY says:

    เอ่อ คุณค่ะ นี่หลอกด่าคนเขียนหรือป่าวคะเนี่ย

Place your comment

Please fill your data and comment below.
Name
Email
Website
Your comment