do you know Y?

ทำไมต้องทำไม?

30 June
0Comments

ทำไมบ้านเราไม่มีกฎหมายที่ดินที่ช่วยลดช่องว่างระหว่างความรวยกะความจนซะที?

วันนี้อ่านหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เจอบทความ ของคุณ เนตรทิพย์ใน คอลัมน์ ปฏิรูปประเทศไทย เกี่ยวกับการกระจายรายได้ที่สะท้อนจากจากเสียภาษ๊ และการฝากเงิน โดยประเทศเรามีผู้เสียภาษีในระบบประมาณ 5 ล้านคนเศษๆ เท่านั้นเอง แล้วใน 5 ล้านคนนั้น ภาษี 90% มาจากคน เพียงสี่แสนกว่าคน

เมื่อพิจารณาที่การฝากเงิน ทั้งระบบมีบัญชีทั้งหมด 70 ล้านบัญชี ยอดรวมเงินฝาก 7 ล้านล้านบาท เก้าสิบกว่าเปอร์เซนต์มียอดเงินฝากต่ำกว่า 1 แสนบาท และมียอดรวมกันไม่ถึง 10% ของยอดเงินทั้งระบบ ส่วนยอดที่เกิน 1 ล้านบาทนั้น มีจำนวนบัญชีเพียง 6 แสนกว่าๆ แต่มียอดเงินฝากรวมกันมากกว่า 2 ใน 3 ของเงินทั้งระบบ ชัดเจนมากว่าช่องว่างระหว่างคนจน กะคนรวยในบ้านเรามีน้อยสูสีกับการคอรัปชั่น

แม้ว่านักเขียนจะแสดงความเห็นว่า ทางออกของสถานการณ์ที่เราเผชิญอยู่นี้ มันอาจจะไกลเกินที่เราจะรีดภาษีคนรวยมาช่วยคนจนแล้ว เพราะ “สังคมไทยนั้นมันก้าวผ่านความเหลื่อมล้ำไปจนสุดจะเยียวยาแล้ว” แต่เราควรแสวงหาทางที่จะทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ที่ถูกรัฐทอดทิ้งคลายความรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบด้วยการสร้างระบบบริการสาธารณะที่ดีพอ โดยผู้เขียนยกตัวอย่างระบบขนส่งมวลชน ที่ดีพอจะทำให้คนไม่รู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างการใช้บริการรถเมล์ รถไฟฟ้า หรือรถเก๋งสวนตัว

อ่านเผินๆ ก็ดูดีมีเหตุผลนะคะ แต่พอคิดตามจริงๆ แล้วสงสัยว่า แล้วไอ้ระบบพวกนั้น จะให้รัฐเอาอะไรสร้าง หรือสร้างวิมานในอากาศให้ใช้กันไปก่อน ไม่แน่ คุณนักเขียนท่านนี้อาจเป็นเจ้าของที่หลายล้านไร่ ดังเช่น นักการเมืองทั้ง ส.ส. ส.ว. 580 คน มีที่ดินในครอบครองเกือบ 7 หมื่นไร่ มูลค่ากว่า 2.4 หมื่นล้าน

พรรคเพื่อไทย ส.ส.แจ้งว่าเป็นเจ้าของที่ดิน 172 คน รวมเนื้อที่ 21,042-2-40 ไร่ มูลค่า 4,755.9 ล้านบาท ผู้ถือครองที่ดินตั้งแต่ 100 ไร่ขึ้นไปมีทั้งสิ้น 39 คน (รายละเอียด http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1277392855&catid=02)

พรรคประชาธิปัตย์ ส.ส.แจ้งว่าเป็นเจ้าของที่ดิน 15,181-0-25 ไร่ มูลค่า 5,829.6 ล้านบาท ถือครองตั้งแต่ 100 ไร่ขึ้นไปมีจำนวน 39 คน (ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1277522156&catid=02)

พรรคภูมิใจไทย ส.ส.เป็นเจ้าของที่ดิน 31 คน(จาก 32 คน) รวมเนื้อที่ 3,853-2-35 ไร่ รวมมูลค่า 733.8 ล้านบาท ในจำนวนนี้ถือครองที่ดินตั้งแต่ 100 ไร่ขึ้นไปจำนวน 13 คน(http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1277776765&grpid=no&catid=02)

หากเราเก็บภาษี* คิดแบบโง่ๆ ที่ร้อยละ 2 เฉพาะพื้นที่เหล่านี้ ก็คงได้เงินเพิ่มมาอีกประมาณ 500 ล้าน แล้วถ้าลองคิดแบบฉลาด เก็บให้รู้สึกอยากขายที่เลยเนี่ย คงได้เป็นหลักพันล้าน แล้วถ้ารวมๆ เก็บภาษีที่ดินของคนรวยๆ ทั้งประเทศ คงได้เงินเพิ่มมาเป็นหมื่นล้าน คงได้รถไฟฟ้าเพิ่มมาซักสาย หรือครึ่งสายต่อปี ((สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ-รังสิต ภายใต้กรอบวงเงิน 59,888 ล้านบาท )

รู้สึกว่าตัวเองเริ่มเพ้อเจ้อละ คนที่ไหน เค้าจะอยากจ่ายตังค์เยอะๆ ในขณะที่มีทางเลือกให้จ่ายน้อยกว่าได้ คนที่นั่งอยู่ในสภา ทำหน้าที่อนุมัติกฎหมาย ล้วนที่มีดินมากมายมหาศาล บางคนมีที่ขนาดที่แมวของศรีธนชัยดิ้นตายได้เป็นสิบตัว แล้วใครหน้าไหนจะมีมาน้ำใจเสียสละทรัพย์สินส่วนตัว(ที่บางส่วนอาจจะได้มากจากการฉ้อโกงส่วนรวม) ให้ส่วนรวม เพราะถ้าเค้าเหล่านั้นจิตใจสูงส่งเพียงนั้น ป่านนี้ประเทศเราคงไม่เป็นแบบนี้

บ่นไปก็โทษใครไม่ได้นะคะ ก็ในเมื่อเราทั้งหลายเนี่ยแหละ ที่ทั้งเลือก และไม่ได้เลือกเค้าให้เข้าไปนั่งเป็นตัวแทน

อย่าว่าแต่กฎหมายที่ดินเลย ตราบที่กฎหมายยังคงมาจากเจตนารมย์ของผู้ปกครอง และผู้ปกครองไม่ได้มีเจตนารมย์ที่จะถือประโยชน์ส่วนรวมเหนือประโยชน์ส่วนตน และถ้าไม่ถึงวันที่คนจนได้เป็นผู้ปกครอง และผ่านกฎหมาย คงยากที่จะมีกฎหมายที่ช่วยคนจนอย่างจริงใจ คงต้องมีคำถามต่อว่า ถ้าจน แล้วจะเป็นนักการเมืองในเมืองไทยได้ยังไง หน่วยงานที่ควรตอบคำถามนี้ที่สุดเห็นควรให้เป็นกระทรวงศึกษาธิการ(โบ้ยซะงั้น)

ขอจบด้วยคำกล่าว Bernard Mandeville นักปรัชญาเศรษฐศาสตร์การเมืองที่ได้กล่าวไว้ว่า

“bees of social virtue are buzzing in Man’s bonnet”: that civilized man has stigmatized his private appetites and the result is the retardation of the common good.

ยิ่งเราเห็นแก่ส่วนตัวมากเท่าไหร่ ส่วนรวมก็จะยิ่งย่ำแย่

416_we_me

จะเป็นไปได้ไหมที่วันนึง เราทุกคน จะเชื่อว่า เรานี่แหละ คือส่วนรวม ส่วนรวมก็คือส่วนเรา

*ตามกฎหมายมีเพดานอัตราภาษีที่เรียกเก็บ 3 อัตรา คือ อัตราภาษีทั่วไปไม่เกินร้อยละ 0.5ที่อยู่อาศัยโดยไม่ประกอบเชิงพาณิชย์ไม่เกินร้อยละ 0.1 และที่เกษตรกรรมไม่เกินร้อยละ 0.05 สำหรับที่ดินที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพที่ดิน ใน 3 ปีแรกให้เสียภาษีไม่ต่ำกว่าอัตราภาษีทั่วไปที่คณะกรรมการกำหนดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้กำหนดไว้ แต่ไม่เกินร้อยละ 0.5 ของฐานภาษี ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา และหากยังมิได้ทำประโยชน์อีกให้เสียเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าในทุก 3 ปี แต่ไม่เกินร้อยละ 2 ของฐานภาษีซึ่งกำหนดโดยกระทรวงการคลัง

 
No comments

Place your comment

Please fill your data and comment below.
Name
Email
Website
Your comment