Social Network กับการแสดงความคิดอย่างมีจิตสำนึก
จากการขยายตัวของกลุ่มผู้ใช้ชีวิตในสังคมการเมืองออนไลน์ ทำให้เกิดปรากฏการณ์ทางการเมืองหลายปรากฏการณ์ อย่างเช่น การรวมตัวของกลุ่ม Facobook เพื่อเรียกร้องในทางตรงข้ามกับพี่น้องเสื้อแดง ซึ่งตอนนี้ผลัดสีเสื้อเพื่อเปลี่ยนกลยุทธ์กันแลัว
พื้นที่ออนไลน์เป็นประโยชน์ต่อการแสดงออกทางความคิดอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ FB, Hi5, Blog, etc. เราสามารถจะแสดงออกทางความคิด และเลือกเสพความคิดผ่านช่องทางเหล่านั้น โดยความคิดเห็น หรือการแสดงออกของเรานั้นต่างจากการออกไปยืนตะโกนความในใจที่สี่แยก หรือไปยืนกราดนิ้วด่านักการเมืองที่สภา เพราะคนที่จะได้รับรู้รับทราบความเห็นของเราไม่ได้มีอุปสรรคทางด้านสถานที่ หรือเวลามาเกี่ยวข้อความเห็น หรือสิ่งที่เราพิมพ์ลงไปเพื่อที่จะสื่อสารกับใครๆๆๆ นั้นจะคงอยู่นานตราบที่เรายังไม่ลบ ระบบยังไม่ล่มสลาย และยังจ่ายเงินค่าบริการ หรือรักษาสถานภาพการเป็นผู้ใช้งานไว้ นอกจากนี้ยัง เผยแพร่ได้เร็ว และเยอะอย่างไม่จำกัดจำนวน
แต่บางครั้ง ประโยชน์เหล่านี้ก็นำไปสู่ การแพร่ข่าวร้าย, กระจายข่าวเลว, ส่งต่อความเห็นผิด, ความคิดทำลายล้าง ได้ง่ายขึ้น ที่เป็นเช่นนั้น ส่วนหนึ่ง เป็นเพราะตัวผู้ใช้ ซึ่งหลายๆ คนมีความเข้าใจทางด้านการเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตยในระดับเบาบาง แต่ก็ไม่ได้คิดจะขวนขวายศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมแต่อย่างใด เพราะประชาธิปไตยไม่ใช่สิ่งที่กินได้ นอกจากนี้หลายๆ ท่านไม่ใช่นักอ่าน ไม่ชอบอ่านอะไรเยอะ ยืด ยาว เลยเลือกอ่านเฉพาะสิ่งที่ใช่ เลือกแต่ประโยคที่ชอบ อ่านจบไม่จบอาจเป็นเรื่องสำคัญในลำดับหลังๆ ยิ่งไปกว่านั้น หลายท่านยังไม่ใช่นักฟังที่ดี มีความอดทนที่จะฟังอย่างตั้งใจ พอที่จะวิเคราะห์สิ่งที่ฟังได้ แต่เป็นนักฟังประเภทฟังแค่ผ่านหู จำเฉพาะแค่สิ่งที่กระทบใจ หากไม่ใช่เรื่องที่ใส่ใจก็ปล่อยผ่าน แต่ก็สามารถนำไปเล่าต่อได้แม้ว่าที่ฟังมาจะไม่ได้ศัพท์ก็ตาม
เครือข่ายสังคมทางอินเตอร์เนตนั้น ตอบสนองความชอบของหลายๆ ท่านในหลายๆ ทาง โดยสามารถพูดได้มาก แสดงออกได้ง่าย และที่สำคัญผู้ที่แสดงออกสามารถที่จะไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ ต่อการแสดงออกนั้น รวมทั้งสามารถนำใครต่อใครต่อใคร และเรื่องอะไร ต่ออะไร ไปเผยแพร่ ส่งต่อ หรือประจานได้อย่างสาแก่ใจ
ปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมการโหมกระพือเรื่องราวทั้งจริงมาก จริงน้อย หรือไม่ค่อยมีมูลความจริงให้แพร่กระจายไปได้อย่างไฟลามทุ่งหญ้าสะวันนา คือความเชื่อคนง่าย การไม่ตั้งคำถาม และความไม่แคร์เหตุผล โพสไปตามใจ ใช้ความรู้สึกนำทาง ส่วนผลกระทบที่มีต่อสังคมออนไลน์ หรือผู้อื่นจะเป็นอย่างไรนั้น หลายๆ คน อาจลืมที่จะใส่ใจ เพราะลืมไปว่า พื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่สาธารณะ
หลายคนคิดว่า เรื่องทุกเรื่องล้วนเป็นเรื่องส่วนตัว เป็นสิทธิส่วนบุคคล ที่เป็นเช่นนั้น อาจเป็นเพราะหลายคนเหล่านั้น อาจไม่ได้คิด หรือลืมคิดว่า แม้แต่ลมหายใจของเรานั้นก็สร้างผลกระทบต่อคนอื่น กระไรแล้วสิ่งที่เราคิด เราเห็น และโพสจะไม่มีผลต่อคนอื่นได้ ดังนั้น ก่อนโพส
คิดให้นาน คิดให้กว้าง คิดให้ลึก คิดให้ไกล คิดถึงคนอื่น และคิดเสมอว่า พื้นที่พวกนี้ ไม่ได้มีแค่เราที่ใช้อยู่คนเดียว
เอ..เรา disconnect FB กันดีมั๊ย ฮ่าๆๆ
เคยได้ดูรายงานโทรทัศน์รายการหนึ่ง นำประเด็น Facebook และการนำไปใช้เพื่อเคลื่อนไหวทางการเมืองมาเป็นประเด็นในการอภิปราย ข้อคิดหนึ่งในหลายประเด็นนั้น คือ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ FB แต่อยู่ที่คนไทยที่ใช้ FB
หรือคนไทยไม่มีจิตสำนึก ทั้งต่อสังคมจริง และสังคมออนไลน์
การเอาใจเขามาใส่ใจเรา
การอยู่ร่วมกับผู้อื่น
จงอย่าลืมสิ่งเหล่านี้

Place your comment