do you know Y?

ทำไมต้องทำไม?

Archive for May, 2010

19 May
1Comment

ทำไมหลับไม่ลง

บางครั้ง ในบางคืน บางคนอาจจะนอนไม่หลับ บางครั้ง นอนไม่หลับก็ดี เพราะจะได้ไม่ต้องกลัวว่าจะนอนไม่ตื่น ทั้งนี้การนอนไม่ตื่น สร้างปัญหาให้กับเรามากกว่า การนอนไม่หลับแต่ต้องตื่น เพราะการนอนไม่หลับ ทำให้ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ พาลจะอ่อนเปลี้ยเพลียแรง ในเช้าวันถัดมา นอกจากนี้การนอนหลับที่ไม่เพียงพอจะมีผลกระทบต่อทั้งอารมณ์ พฤติกรรมและการทำหน้าที่ของร่างกายเมื่อร่างกายนอนหลับไม่เพียงพอจะทำให้บุคคลนั้นไม่สามารถที่จะเผชิญปัญหาได้เต็มที่ ไม่สามารถจัดการกับสถานการณ์ไม่แน่นอนหรือคลุมเครือ ตัดสินใจไม่ได้และความรู้สึกเชื่อมั่นในตนเองจะลดลง (Reimer,1997) สงสัยจะนอนไม่พอมาตั้งแต่เกิดเลยละมั้งเราเนี่ย นอกจากนี้มีการศึกษาวิจัยในต่างประเทศ พบว่า คนที่นอนน้อยกว่า 4 ชั่วโมง หรือนอนมากกว่า 10 ชั่วโมงต่อคืนเป็นกิจวัตร มีอายุสั้นกว่าคนที่นอนหลับเป็นปกติ และคนที่นอนหลับไม่เพียงพอ ในอนาคตมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดโรคร้ายแรงมากขึ้น เช่น โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง

นพ.ธีรเดช คุปตานนท์ อาจารย์แพทย์ ประจำภาควิชากุมารเวชศาสตร์คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี การนอนหลับนั้นเป็น 1 ใน 3 ของเวลาทั้งหมดของทุกๆ คนซึ่งร่างกายจะได้รับการพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวสำหรับวันใหม่ ในเด็กแรกเกิด จะนอน 16-20 ชั่วโมงต่อวัน (www.radompon.com) และหลังจากนั้นความต้องการในการนอนจะลดลงเรื่อยๆ ตามอายุที่มากขึ้นและกราฟการเจริญเติบโตเริ่มมีความชันติดลบ
ส่วนอาการนอนไม่หลับนั้น แบ่งเป็น 3 ระดับ ตามลักษณะ คือ

1. นอนไม่หลับชั่วคราว ส่วนใหญ่เกิดจากความเครียดหรือความกังวลใจต่อเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง เช่น ทะเลาะกับแฟน มีปัญหากับเพื่อนที่ทำงาน ใกล้วันสอบหรือวันที่มีธุระสำคัญ การเจ็บป่วยฉับพลัน บางคนจะไวต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ตื่นตัวอยู่จนนอนไม่หลับ เช่น อากาศเปลี่ยน หรือการเดินทางเปลี่ยนสถานที่นอน ส่วนใหญ่อาการจะดีขึ้นเองภายใน 2-3 วัน

2. นอนไม่หลับเป็นระยะๆ มักเป็นกลุ่มที่มีอาการต่อเนื่องจากกลุ่มที่ 1 เนื่องจากปัญหายังไม่คลี่คลาย เช่น การตกงาน ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาครอบครัว โดยทั่วไปถ้าปัญหาต่างๆ คลี่คลายลง การนอนหลับก็มักจะกลับมาเป็นปกติได้ แต่ทางที่ดีผู้ที่มีอาการเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์ว่ามีแนวทางแก้ไขอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื้อรัง

3. นอนไม่หลับเรื้อรัง มีอาการนอนไม่หลับเป็นประจำต่อเนื่องเกือบทุกคืน มีสาเหตุได้หลายอย่าง ได้แก่ อาการเจ็บป่วยทางกายต่างๆ เช่น โรคกระดูกเสื่อมทำให้ปวดตามตัว โรคหัวใจ โรคปอดหรือการไอเรื้อรัง โรคเบาหวาน โรคบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับการนอน เช่น การนอนกรน การหายใจผิดปกติขณะหลับ กล้ามเนื้อขากระตุกเป็นพักๆ ระหว่างนอน หรือเป็นโรคทางจิตเวชต่างๆ เช่น โรคเครียด โรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า โรคจิต

โดยส่วนตัวไม่ค่อยแน่ใจว่าตัวเองมีความผิดปกติอะไรตรงไหนหรือไม่ เพราะไม่ว่าจะอายุมากขึ้นอย่างไร ความต้องการในการนอนก็ยังมากมายเกินตอบสนองได้โดยไม่กระทบหน้าที่การงานที่ปฏิบัติการในกรุงเทพฯ แม้จะโชคร้าย แต่ก็ยังโชคดีที่เป็นคนหลับง่าย ส่วนใหญ่นอนปั๊บก็หลับเลย บางครั้งนั่งอยู่ก็หลับก็มีเหมือนกัน โดยเฉพาะเวลานั่งในห้องประชุม ฟังบรรยาย ที่ผู้บรรยายสร้างความทรมานโดยการมอบความง่วงเกินต้านทาน ด้วยการนำเสนอโดยใช้สูตรที่ไม่ค่อยมีใครอยากชิม

พักใหญ่ๆ ที่ผ่านมานี้ มีเรื่องหลายเรื่องรบกวนจิตใจ โดยเฉพาะข่าวสารบ้านเมือง ที่รู้น้อยพลอยรำคาญ พอรู้มากก็ยากนาน เพราะรู้แต่ข้อมูล แต่ไม่ได้มีปัญญาหาทางออก และสร้างทางออก ใดๆ ในหัวเต็มไปด้วยคำถาม ซ้ำๆ ซ้ำๆ ซ้ำๆ และมีคำตอบมากมายพรั่งพรูออกมา ทั้งจากข้อมูล ความคิด ความเห็น คำตอบที่มีก็จับคู่กับคำถามที่เกิดขึ้นมาไม่ครบ ในบางคำตอบก็ไม่ได้ดีพอที่จะทำให้ข่มตาหลับลงไปได้…
ช่วงนี้ใครนอนไม่หลับ แนะนำว่าให้งดดูข่าว สนใจเรื่องการเมืองซักพัก อาจจะช่วยให้ใจสงบ พอที่ข่มตาหลับลงในบ้านเมืองที่อยู่ในกองไฟที่สร้างมาจากความเห็นแก่ตัวของคนใหญ่ๆ เพียงไม่กี่คน แต่เผาบ้านคนเล็กๆ วอดวายไปหลายหลัง และพรากลมหายใจจากคนเล้กๆ เหล่านั้นไปและทิ้งศพไว้หลายศพ กับความทุกข์ใจและเสียงร่ำไห้ของผู้สูญเสียที่ชีวิตเสียศูนย์…

stress

คืนนี้ ขอให้ทุกท่านหลับสนิท ตื่นขึ้นมาด้วยจิตใจเบิกบานค่ะ

18 May
0Comments

Social Network กับการแสดงความคิดอย่างมีจิตสำนึก

จากการขยายตัวของกลุ่มผู้ใช้ชีวิตในสังคมการเมืองออนไลน์ ทำให้เกิดปรากฏการณ์ทางการเมืองหลายปรากฏการณ์ อย่างเช่น การรวมตัวของกลุ่ม Facobook เพื่อเรียกร้องในทางตรงข้ามกับพี่น้องเสื้อแดง ซึ่งตอนนี้ผลัดสีเสื้อเพื่อเปลี่ยนกลยุทธ์กันแลัว


พื้นที่ออนไลน์เป็นประโยชน์ต่อการแสดงออกทางความคิดอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ FB, Hi5, Blog, etc. เราสามารถจะแสดงออกทางความคิด และเลือกเสพความคิดผ่านช่องทางเหล่านั้น โดยความคิดเห็น หรือการแสดงออกของเรานั้นต่างจากการออกไปยืนตะโกนความในใจที่สี่แยก หรือไปยืนกราดนิ้วด่านักการเมืองที่สภา เพราะคนที่จะได้รับรู้รับทราบความเห็นของเราไม่ได้มีอุปสรรคทางด้านสถานที่ หรือเวลามาเกี่ยวข้อความเห็น หรือสิ่งที่เราพิมพ์ลงไปเพื่อที่จะสื่อสารกับใครๆๆๆ นั้นจะคงอยู่นานตราบที่เรายังไม่ลบ ระบบยังไม่ล่มสลาย และยังจ่ายเงินค่าบริการ หรือรักษาสถานภาพการเป็นผู้ใช้งานไว้ นอกจากนี้ยัง เผยแพร่ได้เร็ว และเยอะอย่างไม่จำกัดจำนวน


แต่บางครั้ง ประโยชน์เหล่านี้ก็นำไปสู่ การแพร่ข่าวร้าย, กระจายข่าวเลว, ส่งต่อความเห็นผิด, ความคิดทำลายล้าง ได้ง่ายขึ้น ที่เป็นเช่นนั้น ส่วนหนึ่ง เป็นเพราะตัวผู้ใช้ ซึ่งหลายๆ คนมีความเข้าใจทางด้านการเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตยในระดับเบาบาง แต่ก็ไม่ได้คิดจะขวนขวายศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมแต่อย่างใด เพราะประชาธิปไตยไม่ใช่สิ่งที่กินได้ นอกจากนี้หลายๆ ท่านไม่ใช่นักอ่าน ไม่ชอบอ่านอะไรเยอะ ยืด ยาว เลยเลือกอ่านเฉพาะสิ่งที่ใช่ เลือกแต่ประโยคที่ชอบ อ่านจบไม่จบอาจเป็นเรื่องสำคัญในลำดับหลังๆ ยิ่งไปกว่านั้น หลายท่านยังไม่ใช่นักฟังที่ดี มีความอดทนที่จะฟังอย่างตั้งใจ พอที่จะวิเคราะห์สิ่งที่ฟังได้ แต่เป็นนักฟังประเภทฟังแค่ผ่านหู จำเฉพาะแค่สิ่งที่กระทบใจ หากไม่ใช่เรื่องที่ใส่ใจก็ปล่อยผ่าน แต่ก็สามารถนำไปเล่าต่อได้แม้ว่าที่ฟังมาจะไม่ได้ศัพท์ก็ตาม


เครือข่ายสังคมทางอินเตอร์เนตนั้น ตอบสนองความชอบของหลายๆ ท่านในหลายๆ ทาง โดยสามารถพูดได้มาก แสดงออกได้ง่าย และที่สำคัญผู้ที่แสดงออกสามารถที่จะไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ ต่อการแสดงออกนั้น รวมทั้งสามารถนำใครต่อใครต่อใคร และเรื่องอะไร ต่ออะไร ไปเผยแพร่ ส่งต่อ หรือประจานได้อย่างสาแก่ใจ


ปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมการโหมกระพือเรื่องราวทั้งจริงมาก จริงน้อย หรือไม่ค่อยมีมูลความจริงให้แพร่กระจายไปได้อย่างไฟลามทุ่งหญ้าสะวันนา คือความเชื่อคนง่าย การไม่ตั้งคำถาม และความไม่แคร์เหตุผล โพสไปตามใจ ใช้ความรู้สึกนำทาง ส่วนผลกระทบที่มีต่อสังคมออนไลน์ หรือผู้อื่นจะเป็นอย่างไรนั้น หลายๆ คน อาจลืมที่จะใส่ใจ เพราะลืมไปว่า พื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่สาธารณะ


หลายคนคิดว่า เรื่องทุกเรื่องล้วนเป็นเรื่องส่วนตัว เป็นสิทธิส่วนบุคคล ที่เป็นเช่นนั้น อาจเป็นเพราะหลายคนเหล่านั้น อาจไม่ได้คิด หรือลืมคิดว่า แม้แต่ลมหายใจของเรานั้นก็สร้างผลกระทบต่อคนอื่น กระไรแล้วสิ่งที่เราคิด เราเห็น และโพสจะไม่มีผลต่อคนอื่นได้ ดังนั้น ก่อนโพส


คิดให้นาน คิดให้กว้าง คิดให้ลึก คิดให้ไกล คิดถึงคนอื่น และคิดเสมอว่า พื้นที่พวกนี้ ไม่ได้มีแค่เราที่ใช้อยู่คนเดียว




เอ..เรา disconnect FB กันดีมั๊ย ฮ่าๆๆ


เคยได้ดูรายงานโทรทัศน์รายการหนึ่ง นำประเด็น Facebook และการนำไปใช้เพื่อเคลื่อนไหวทางการเมืองมาเป็นประเด็นในการอภิปราย ข้อคิดหนึ่งในหลายประเด็นนั้น คือ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ FB แต่อยู่ที่คนไทยที่ใช้ FB


หรือคนไทยไม่มีจิตสำนึก ทั้งต่อสังคมจริง และสังคมออนไลน์


การเอาใจเขามาใส่ใจเรา


การอยู่ร่วมกับผู้อื่น


จงอย่าลืมสิ่งเหล่านี้