ว่าจะไม่เขียนเรื่องเสื้อแดง …แต่วันนี้ท่าทางจะอดใจไว้ไม่ไหว หลังจากที่ต้องรับสภาพความไม่แน่นอนทางการจราจรมาหลายวัน บางวันสบาย รถโล่ง เพราะคนขยาดไม่กล้าออกมาลั้นลาบนถนน แต่วันนี้ต้องรีบแบกสังขารเสื่อมๆ ไปทำงานแต่เช้า เพราะกลัวรถติด เนื่องจากถนนสายรอบ ๆ ที่ทำงานวายปิดหมด ไม่เข้าใจกลุ่มแกนนำว่า จะเว้นถนนรอบที่ทำงานอิชั้นไว้ทำไม..ใครรู้จัก ฝากไปบอกด้วยว่าให้ปิดถึงแยกการเรือนไปเลย
ทุกครั้งที่รู้สึกว่าได้รับผลกระทบจากการชุมนุม พยายามจะบอกตัวเองว่า การชุมนุมนั้น เป็นสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมือง แม้ว่าสิทธิเช่นนี้ ในหลายบ้านหลายเมืองจะดูแลรักษาสิทธิของผู้ไม่ได้เข้าร่วมอย่างเคร่งครัด เพราะสิทธิอย่างนี้เป็นสิทธิสัมพัทธ์ จึงต้องใช้สิทธิโดยไม่ไปละเมิดสิทธิ์ของคนอื่น เช่น ประเทศฝรั่งเศส วางหลักเกณฑ์ให้การชุมนุมสาธารณะต้องแจ้งไปยังที่ทำการของเทศบาลล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน ถึงรายละเอียดของการชุมนุมที่กำลังจะเกิดขึ้น เช่น ชื่อแกนนำ ที่อยู่ วัน เวลา และวัตถุประสงค์ของการชุมนุมหรือเดินขบวน
หากทางการเห็นว่าการชุมนุมหรือเดินขบวน ดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยก็สามารถที่จะมีคำสั่งห้ามได้ แต่คำสั่งดังกล่าวแกนนำในการชุมนุมหรือเดินขบวนก็สามารถนำไปฟ้องศาลปกครอง เพื่อขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งห้ามดังกล่าวได้
หรืออย่างประเทศอังกฤษ กำหนดให้แกนนำจะต้องแจ้งรายละเอียดที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่สถานีตำรวจท้องที่ที่จะมีการชุมนุมหรือเดิน ขบวนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 6 วันทำการ หัวหน้าสถานีตำรวจท้องที่จะต้องออกใบอนุญาตซึ่งอาจกำหนดเงื่อนไข หรือหากหัวหน้าสถานีตำรวจท้องที่ไม่อนุญาต แกนนำสามารถอุทธรณ์ต่อสภาท้องถิ่นที่ออกคำสั่งห้ามได้ และการประชุมนั้นต้องเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย และไม่ก่อให้เกิดความวุ่นวาย ไม่อย่างนั้นก็มีทั้งกฎหมายอาญา และกฎหมายแพ่งรออยู่
ก็เลยได้แต่ปลอบตัวเองว่านี่เป็นเมืองไทย แค่ไม่มีคนตายก็น่าจะยินดีได้แล้ว จะไปหวังอะไรมากมาย บ้านเราคนที่ติดคุกติดคดี หลักๆ ก็เป็นคนจน กับคนไม่มีทางสู้ ที่ทำผิด แล้วบังเอิญมีคนรู้ และโดนจับได้..เงื่อนไขมันเยอะ ข้อยกเว้นมันแยะ บางคนอยากจะโดนจับวันไหน เลือกวันได้เลย บางคนยิ่งแล้วใหญ่ ทำผิดชัดๆ แต่ก็ลอยหน้าลอยตาออกสื่อได้เรื่อย ๆ ชิลล์ ๆ
เนื่องจากถนนรอบ ๆ ที่ทำงานหลายเส้นหยุดการจราจรไป วันนี้ขากลับ เลยใชัชีวิตอย่างปกติไม่ได้ เริ่มด้วยการขึ้นรถแท๊กซี่ ที่เปิดคลื่นแดงดังปกติ..แต่ไม่มีส่วนลดให้กับผู้โดยสารที่อดทนฟังจนถึงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน พอก้าวลงจากรถ นึกว่าตัวเองเป็นนักแสดงประกอบหนังเรื่อง the Hurt Locker ซึ่งก็ยังไม่ได้ไปดู แต่มีความสนใจมากมาย
รอบๆ สถานีรถไฟสามเสนมีทหารเดินมาเดินไป เดินไปเดินมา เดินไปถึงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ก็มีทหาร พร้อมโล่ ตั้งหลายนาย พร้อมด้วยน้องสุนัขทหาร ซึ่งสร้างความมั่นใจได้เป็นกองว่าสถานีน่าจะปลอดระเบิด ถ้าวันนี้เห็นทหารถือเครื่อง GT200 อาจถึงขั้นเปลี่ยนใจขึ้นรถไฟราง แทนรถไฟฟ้า แฮะๆ
ในระหว่างนั่งรถแท๊กซี่ ที่เปิดคลื่นแดงเสียงดัง โดยคลื่นเสียงเหล่านั้น แปลได้เป็นเนื้อความปลุกระดมให้เหล่าผู้กล้า สละเลือด ..นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของวันที่ได้ยินเรื่องน่าประหลาดใจอย่างนี้ เพราะก่อนจะก้าวออกมาจากที่ทำงาน ก็ฟังมา สอง สาม สี่ ห้า รอบแล้ว
แวบแรกที่ได้ยินเรื่องนี้ ก็มีฉากจอมยุทธ์เหลือลมหายใจสองเฮือกสุดท้าย กัดนิ้วตัวเอง แล้วเขียนบัญชีแค้นไว้ให้อนุชน ที่ต้องใช้เลือดเพราะจอมยุทธ์ไม่อาจไปจัดเตรียมเครื่องเขียนได้ทันสองเฮือกที่เหลือ เลยให้เลือดฝังความแค้น และความเจ็บปวดแทนลมหายใจที่กำลังจะหมด
เท่ระเบิดระเบ้อ..
แต่พอฟังอีก เหมือนเลือดจะเยอะ เป็นล้านมิลลิลิตร (พันลิตร หากโรงพยาบาลหรือสภากาชาด ต้องการเลือดในปริมาณนี้ต้องใช้คนบริจาคอย่างต่ำสี่พันคน) ตามประสาคนกลัวเข็ม แต่ใจแข็งไปบริจาคเลือดนานๆ ที คิดแล้วก็เสียดาย ทั้งเลือดทั้งเข็มไม่รู้กี่เล่ม ต้องเอามาเจาะเลือดเพื่อเอาเลือดไปสาดแสดงเจตนารมย์
ใช้เลือดก็สื่ออะไรได้หลายอย่าง เพราะเลือดไม่เหมือนคำพูด ที่ออกมาได้เรื่อยๆ ไม่ต้องคิด ไม่ต้องเจ็บก็พูดกันได้พล่อยๆ แต่เลือด จะออกมาจากตัวคน ต้องสร้างบาดแผลซะก่อน จะเล็ก หรือใหญ่ บาดแผลนั้นย่อมทิ้งร่องรอย อาจจะจดจำได้วัน สองวัน หรือนานเท่าที่ยังอยากจะจำ และยังจำได้
และเมื่อมีแผลแล้วก็อย่าลืมเชื้อโรค และโรคติดต่อที่รายล้อมอยู่รอบตัว ที่จ้องจังหวะจะจู่โจม คิดถึงตอนนี้แล้วเครียดมาก กลัวโรคติดต่อ…
ช่วงนี้ รู้สึกว่าตัวเราเองนี่ช่างเฉื่อยและชาเหลือเกิน แม้จะรู้ทั้งรู้ว่า บ้านเมืองกำลังวุ่นวาย อาจจะมีเหตุการณ์รุนแรง มีการปล่อยข่าว สร้างข่าว และความแตกแยกอยู่ทั้งวันทั้งคืน ผ่านปากคน ผ่านสื่อสารพัด แต่ก็ยังใช้ชีวิตที่มีไปเรื่อย ๆ ขณะที่มีคนหลายหมื่นนั่งใส่เสื้อแดงอยู่เต็มถนน (บางกระแสว่าหลายแสน ทั้งนี้มีผู้คำนาณพื้นที่ที่ใช้ในการชุมนุมคร่าวๆ ว่าสามารถจุคนได้เต็มที่ประมาณ 3.5 แสนคน แต่ขณะนี้ อยู่กันแบบหลวม ๆ ไม่เต็มพื้นที่ จึงมีหลายฝ่ายประมาณการว่าไม่ถึงหลักแสน) และกำลังจะเสียเลือดเป็นพันลิตร เพื่อเอาไปสาดถนน เป็นความรู้สึกคล้าย ๆ กับเวลาสัตว์ประหลาดบุกโลก ที่เรา ๆ ๆ ๆ ควรจะทำอะไรซักอย่าง แต่สุดท้าย สิ่งที่ทำได้คือหนีเอาชีวิตให้รอด และ ภาวนาให้ยอดมนุษย์มาถึงเร็วๆ และกอบกู้โลกของเราไว้ คิดจะทำอะไรบ้างมั๊ยเนี่ยชั้น!!!
ไม่มีความเห็นว่านายกควรลาออกหรือไม่ ควรประชุมสภาหรือไม่ การเมืองไทยจะมีทางออกหรือไม่ คนไทยจะรักกันได้หรือไม่ เสื้อแดงควรเลิกชุมนุมหรือเปล่า แต่ขอยกประโยคของคุณหมอที่ออกทีวีตอบคำถามเรื่องการเสียเลือดในคืนนี้ว่าที่บอกผู้ฟังในทำนองว่า
หากจะเสียเลือดทั้งที ควรเสียไปในสิ่งที่เป็นประโยชน์จะดีกว่า หากคิดว่าดี ไม่เดือดร้อนใคร และได้มากกว่าเสีย ก็ทำต่อไปคร้าบพี่น้องคร้าบ
