do you know Y?

ทำไมต้องทำไม?

Archive for March, 2010

26 March
0Comments

ทำไมแรงบันดาลใจจึงสำคัญ

วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ได้โอกาสดีไปดูคอนเสิร์ต Once in a Lifetime Concert Produced by PHUSIT LAITHONG หรือ พี่แต๋ง วงเฉลียง ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย จะบอกว่าเพิ่งรู้จักชื่อรู้จักหน้าเค้าก็วันนั้นหละค่ะ

คอนเสิร์ตนี้มีเพลงเพราะๆ นักร้องเสียงดีๆ และที่สำคัญ คือ มีแรงบันดาลใจให้คนอย่างเรา

วายเป็นคนรักเสียงดนตรี แม้จะเสียงไม่ดีก็ชอบฟัง ชอบร้อง(แม้เสียงจะไม่ดี ลูกคอจะไม่มี พลังจะไม่ได้) และพยายามหัดเล่นดนตรีมาหลายอย่าง(แม้ว่าจะไม่ได้เรื่องซักอย่าง) เพราะอยากให้ดนตรีชำแรกเข้าไปในสันดาน จะได้ไม่เป็นคนชอบกล การไปดูคอนเสิร์ตคราวนี้ ทำให้เกิดความตั้งใจขึ้นมา(อีกครั้งหนึ่ง)ว่าจะเล่นดนตรีอะไรให้ได้ซักอย่าง ซักเพลง

เครื่องดนตรีหลักของคอนเสิร์ตนี้ คือแซกโซโฟนค่ะ จึงไม่แปลกที่หนึ่งในแขกรับเชิญจะเป็นพี่โก้ Mr.แซกแมน พี่โก้บอกว่า สิ่งหนึ่งที่สำคัญสำหรับศิลปิน คือแรงบันดาลใจ..วายเห็นด้วยค่ะ และเห็นต่อไปด้วยว่าแรงบันดาลใจเป็นสิ่งทรงพลัง ที่บางครั้งทำให้เราลืมตรรกะ เหตุผล หรือความเป็นไปไม่ได้ ทำให้อะไรธรรมดาๆ กลายเป็นสิ่งที่แสนวิเศษ ดังนั้น การทำงานโดยขาดแรงบันดาลใจ จึงไม่ต่างจากการยืน เดิน นอน นั่ง กินข้าว หรือเข้าส้วม ที่ทำไปงั้นๆ หรือทำเพราะต้องทำ

มีคนบอกว่า

Motivation is when you get hold of an idea, take it on and carry it through to its logical conclusion.
Inspiration is when idea gets hold of you, and take you to where you intend to go in the first place.
(www.grateful-chain.com)

แรงจูงใจเป็นเรื่องของเหตุผล แต่แรงบันดาลใจเป็นเรื่องของหัวใจ

เมื่อเรามีแรงบันดาลใจในการทำอะไรก็ตาม สิ่งเหล่านั้น จะประกอบขึ้นมาด้วยใจ แต่แรงบันดาลใจอย่างเดียวคงไม่พอที่จะสร้างอะไรขึ้นมาได้ อย่างที่ Picasso กล่าวไว้ว่า

InspirationQuotepicasso

ไม่รู้เมื่อไหร่ เราจะมีแรงบันดาลใจที่จะต่อสู้ทุจริต คอรัปชั่น ความไม่ชอบธรรม กันบ้างเนอะ

24 March
0Comments

ทำไมคนไทยต้องไม่ทะเลาะกัน?

หลังจากเรียนจบ ความกระตือรือล้นที่อ่านข่าวตามการเมืองก็ลด เพราะไม่มีไม้เรียวมาขู่ ยิ่งช่วงหลังๆ ที่เริ่มมีกีฬาสี บางครั้งก็รู้สึกเบื่อแบบระอาๆ ไม่อยากรับรู้ ไม่อยากรับฟัง เหมือนๆ เป็นพวกชอบหนีปัญหา นั่งฝันนอนฝันรอซูปเปอร์แมนมาแก้ปัญหา ทั้งๆ ที่ไม่ได้พิการซ้ำซ้อน หรือเป็นผัก แต่ไม่ได้อยากขยับขยายทำอะไรซักอย่าง

ตั้งแต่พี่น้องเสื้อแดงคาราวานมาที่เมืองหลวง ชีวิตวายก็มีคุณภาพแย่ยิ่งขึ้นเพราะการจราจรที่สะดวกน้อยลงกว่าเดิมที่ไม่สะดวกอยู่แล้ว และหลังจากที่ภาวนามาหลายวัน หลายคืน ให้เค้าปิดถนน หน้าที่ทำงานจะได้ไม่ต้องมาทำงาน จบๆ กันไป ในที่สุด วันนี้(23 มี.ค.) เค้าก็ปิดถนน จริงจัง ตามที่หวังไว้ แต่…ที่ทำงานไม่ได้สั่งปิด ซึ่งแปลว่าก็ต้องมาทำงานกันต่อไป นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า วันหลังจะอธิษฐานอะไร ควรคิดให้รอบคอบก่อนเสมอ(ยังแอบคิดเข้าข้างตัวเองอีกว่าคำอธิษฐานอันแรงกล้านั้นเป็นจริงขึ้นมา)..แต่ไม่เป็นไรค่ะ คาดว่าพรุ่งนี้น่าจะต้องป่วยเป็นอะไรซักอย่าง

ก่อนหน้านี้ และช่วงนี้ มีรณรงค์มากมาย ให้คนไทยสมาน สามัคคี อย่างกระทรวงมหาดไทย ก็มีนโยบาย ปกป้องสถาบัน สงบ สันติ สามัคคี อย่าถามนะคะว่าเกี่ยวกับอะไร ฮ่าๆๆ สื่อทีวีรัฐก็เปิดเพลงบ้านของพี่เบิร์ดมาล้างสมองวันละร้อยรอบ วันไหนที่ที่ทำงานเปิดทีวีช่องที่ว่า วันนั้น วายจะต้องได้ยินใครซักคนหลุดบ้างร้องออกมา..ได้ผลจริงๆ

วันเสาร์ที่ผ่านมา เนื่องจากบ้านอยู่ลาดพร้าว เลยมีโอกาสได้ต้อนรับพี่น้องเสื้อแดง(ไม่ได้ไปยืนถือป้ายผ้าแต่อย่างใด เนื่องจากไม่มีใครว่าจ้าง..) หลังจากที่สังเกตการณ์อยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ(ชีวิตตัวเอง) นั้นก็ได้รู้ว่า

1. ในกรุงเทพมีรถมอเตอร์ไซด์เยอะมาก เท่าที่นั่งดู โดยเฉลี่ยจะมีรถมอเตอร์ไซด์วิ่งผ่าน วินาทีละ 3-5 คัน อืม..ขบวนนานหลายชั่วโมงเหมือนกันครับพี่น้อง
2. คนเสื้อแดงชอบเสียงดัง..บีบแตรกันตลอดทาง..
3. ร้านข้าวที่นั่งกินอยู่เค้าแดงกันทั้งร้านเลยวุ๊ย

DSCN7697

ที่เขียนมาทั้งหมด ไม่ได้ชื่น ชม ชอบ หรือเชียร์ เสื้อสีไหน ประการใด แต่เข้าใจว่ามีหลายๆ คนมีจุดยืนที่ชัดเจนว่าชอบ หรือไม่ชอบเสื้อแดงกันออกหน้าออกตาออกท่าออกทาง จากที่ไปดูคอนเสิร์ต 2 ครั้งที่ผ่านมา เรื่องเสื้อแดง กลายเป็นมุกตลกเสียดสี ที่สร้างเสียงหัวเราะรื่น เต็มโรง ไม่แน่ใจว่ามีเสียงแห่งความแค่นแค้น ปะปนมาด้วยหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ บางครั้งวายก็ขำไม่ออกกับมุขพวกนั้นเหมือนกัน

ปรากฎการณ์ดาวฤกษ์ ดาวกระจาย หรือ หลั่งเลือด ที่หลายๆ คนบอกว่าเป็นความคิดแปลกใหม่ในแวดวงการเมืองไทย บางคนเห็นเป็นเหตุการณ์ถ่วงความเจริญ แต่หลายคน ก็มีเสียงสะท้อนไปในทางที่ว่า ประชาธิปไตยประเทศเราพัฒนาบ้างหละ บางท่านกก็บอกว่าได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างจากปรากฏการณ์นี้ อย่างน้อยที่สุด เราก็รู้ว่าการพัฒนาที่ผ่านมาชั่วนาตาปี การศึกษาที่ปฏรูปกันมานับครั้งไม่ถ้วน ไม่ได้ทำให้ประชาธิปไตยก้าวหน้าไปได้อย่างประเทศทั้งหลายที่เราไปลอกกฎหมายเค้ามา ไม่ได้ทำให้การกระจายรายได้ หรือความเจริญเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรม หรือยุติธรรม

มีหลายคนเสนอหลายทางออก บ้างก็ว่าสานเสวนา ซึ่งก็มีนักวิชาการบางท่านติงว่า ช่างเป็นเรื่องตื้นเขิน บ้างก็ว่าตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ก็บางก็ว่ายุบสภาแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ วายเองก็ยังนึกไม่ออก แต่เชื่อว่าท้ายที่สุดแล้วทุกอย่างจะ ok หากมันยังไม่ Ok แปลว่ามันยังไม่จบ (อันนี้ก็จำเค้ามาอีกที ไม่ได้คิดเองแต่อย่างใด เริ่มสงสัยเหมือนกันว่าสมองตัวเองใช้การได้จริงหรือเปล่าเนี่ย)

คนเราหากไม่ได้ประโยชน์ร่วมกัน จะเป็นพวกเดียวกันได้อย่างไร แล้วจะมีนโยบายไหนที่ทุกฝ่ายจะได้ประโยชน์??
คนเราหากได้เป็นพวกเดียวกัน จะสมานสามัคคีกัน คงจะต้องมีความร่วมกันในซักอย่าง ไม่งั้น จะสามัคคีกันไปเพื่อสิ่งใด??

ที่เขียนมาทั้งหมด ไม่ได้จะสร้างความร้าวฉาน แต่อยากจะถามว่า แล้วทำไมคนไทยต้องไม่ทะเลาะกัน? ในเมื่อเสื้อแดงบางส่วนที่มาอยู่มากินที่ กทม.ก็ไม่ได้สะดวกสบาย แดดก็เปรี๊ยงจนสาวออฟฟิตแอบออกมาเดินช๊อปแล้วเสี่ยงหน้าไหม้ ฝนตกก็ไม่รู้จะอยู่ยังไง นอนข้างทาง ริมฟุตบาท ส้วมไม่พอ แต่เพราะยังไม่ถึงหน้านาซึ่งบางคนก็ทำทำใช้หนี้ปีต่อปี ถ้าเค้าทำงานได้วันละพันสองพัน หรือนั่งกระดิกเท้ารอเงินดอกเบี้ยมาใช้ยังชีพอย่างสุโขสโมสร คงไม่มาตรากตรำรอเที่ยวงานกาชาดให้เมื่อยกระมังคะ

ขณะที่เราเดินทอดน่องสบายอารมณ์ที่ห้างใหญ่ๆ คนที่อยู่รอบนอกก็รับควันจากโรงไฟฟ้าไปดมเล่น ขณะที่เราอยู่รอดปลอดภัยจากน้ำท่วม ที่นาบางส่วนก็ท่วมเพราะถูกใช้เป็นพื้นที่รับน้ำ ขณะที่คนกรุงมีโรงเรียนดีๆ ดังๆ ให้เลือกเป็นร้อยๆ เด็กบางอำเภอบนดอยสูง ยังต้องเดินทางเป็นกิโลๆ เพื่อไปโรงเรียนที่ฝาล้อมด้วยสังกะสี และมีให้เลือกเพียงที่เดียว ขณะที่เรามีรถไฟฟ้าใช้ บางหมู่บ้านในหน้าน้ำหลากต้องเดินลุยน้ำกลับบ้านอย่างสถานเดียว และขณะที่เค้านั่งๆ ร้อนๆ ฟังนิยายชวนเชื่อ เพื่อล้างสมอง เราก็นั่งหงุดหงิดอยู่ในรถเพราะอีกห้านาทีประชุมเช้านี้จะเริ่ม ห่างไปแค่สองแยก แต่รถไม่ขยับเพราะติดม๊อบ..เค้าทำให้เราลำบาก..ชัดๆ แล้วเราจะรักกันยังไงไหว

แล้วทำไมคนไทยต้องไม่ทะเลาะกัน?
ชีวิตคนเสื้อแดง

รูปจาก:www.matichon.co.th

18 March
0Comments

ทำไมไม่ลืม?

เมื่อวันศุกร์รถไม่ติดที่ผ่านมาโชคดีมีเพื่อนใจดีสองคนกรุณาพาไปดูคอนเสิร์ตที่สนุกและประทับใจมากๆ ของ เบิร์ด กะ ฮาร์ท (โดยที่จริง นักร้องนักเรียนนอกสองคนนี้ ชื่อ ย้ง และ ชัยตามลำดับ แต่ไม่ค่อยถูกระเบียบวงการบันเทิงสมัยนั้นเท่าไหร่ เลยต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับความนิยม ท่านใดจะเข้าวงการ แนะนำให้เริ่มเตรียมตัว ตั้งแต่การเปลี่ยนชื่อ ถึงเวลานั้น จะได้ชิน)

ในตอนแรกคิดว่า อาจจะไม่รู้จักเพลงของนักร้องสองคนนี้เท่าไหร่ เพราะเกิดมาคลาดสมัยกันสักสองทศวรรษ แต่ได้ฟังแล้ว คุ้นหูหลายเพลงเลยทีเดียว โดยเฉพาะ เพลงที่ร้องว่า อยากจะลืม..ใครซักคน เมื่อหยาดฝนพร่างพรมพริ้วมา..

ฟังแล้วทำให้หวนระลึกถึงความรู้สึกในหลายๆ ครั้ง ที่อยากจะลืม บางสิ่ง บางอย่าง บางเรื่อง หรือบางคน แต่การลืมก็ยากเย็นเสียเหลือเกิน คงเหมือนกับที่บางคนบอกว่า หากอยากจะลืมสิ่งไหน การลืมสิ่งนั้นคงไม่เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้หรอก เพราะ อยากลืม หมายความว่า ไม่มีวันลืม

การที่เราจะจำสิ่งใดได้มากน้อยนั้น อารมณ์ความรู้สึก ถือเป็น ตัวแปรที่สำคัญอย่างหนึ่ง และนอกจากนั้น ยังมีผลการทดลองบอกว่า อารมณ์ในทางลบเป็นสิ่งที่เพิ่มความสามารถในการจดจำ ทำให้จำได้ละเอียดและแม่นยำขึ้น ไม่แปลกเลยนะคะ ทำไมบางครั้งเราจึงจำเรื่องร้ายๆ ที่เราอยากจะลืม ได้ชัดเจนนัก

เรื่องดีๆ แม้ว่าจะสร้างความประทับใจ แต่รอยประทับนั้นบางครั้งก็ถูกกลบหายไปด้วยหลายสิ่งหลายอย่างที่ประดังประเด ถาโถมเข้ามาในชีวิตเราไม่เว้นแต่ละวัน แต่ความจะในทางลบบางครั้งก็คล้ายกับบาดแผลที่ลึก ทำให้เราทั้งเจ็บปวดและเรียนรู้ แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนาน มีหลายสิ่งหลายอย่าง กลบรอยนั้นไว้ แต่พอมีอะไรไปสะกิดบาดแผลที่คิดว่าหายแล้ว หรือลืมไปแล้วว่าเคยมีแผลก็อาจเกิดอาการเจ็บแปลบขึ้นมา

ความทรงจำร้าย ๆ เป็นเรื่องยากที่จะลืม บางที เราอาจจะต้องเรียนรู้ ที่จะเรียนรู้ และเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน อย่างเข้าใจ เมื่อรู้สึกว่าความทรงจำที่เลวร้ายไม่ได้เลวร้ายแต่เป็นสิ่งที่ทำให้เราเรียนรู้..เมื่อนั้นความทรงจำที่เลวร้ายอาจจะค่อย ๆ เลือนหายไป ประหนึ่งว่าถูกทาด้วยยาลบรอยแผลเป็น

ไม่ว่าสิ่งที่คุณจำได้ จะเป็นเพราะเรื่องราวเหล่านั้นประทับใจในทางไหนก็ตาม หากมันเป็นความทรงจำที่ดี ขอให้ใช้เวลาสักชั่วนาที มีความสุขกับมัน แต่หากสิ่งนั้นเป็นเรื่องราวแห่งความทุกข์ ก็หวนระลึกถึงบทเรียนที่แลกมาด้วยความเจ็บปวด ใช้บทเรียนเป็นกำลังใจให้ใช้ชีวิตในโลกฟ้า ๆ ใบนี้ ต่อไป

แล้วก็มีคนเค้าพูดมาว่า เราเลือกจะจำหรือลืมอะไรไม่ได้ ก็จริงของเค้า บางครั้งคนเราก็..อยากจำ กลับลืม อยากลืม กลับจำ หวังว่าจะจำเพลงนี้ได้นะคะ

15 March
2Comments

ทำไมต้องเสียเลือด?

ว่าจะไม่เขียนเรื่องเสื้อแดง …แต่วันนี้ท่าทางจะอดใจไว้ไม่ไหว หลังจากที่ต้องรับสภาพความไม่แน่นอนทางการจราจรมาหลายวัน บางวันสบาย รถโล่ง เพราะคนขยาดไม่กล้าออกมาลั้นลาบนถนน แต่วันนี้ต้องรีบแบกสังขารเสื่อมๆ ไปทำงานแต่เช้า เพราะกลัวรถติด เนื่องจากถนนสายรอบ ๆ ที่ทำงานวายปิดหมด ไม่เข้าใจกลุ่มแกนนำว่า จะเว้นถนนรอบที่ทำงานอิชั้นไว้ทำไม..ใครรู้จัก ฝากไปบอกด้วยว่าให้ปิดถึงแยกการเรือนไปเลย

ทุกครั้งที่รู้สึกว่าได้รับผลกระทบจากการชุมนุม พยายามจะบอกตัวเองว่า การชุมนุมนั้น เป็นสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมือง แม้ว่าสิทธิเช่นนี้ ในหลายบ้านหลายเมืองจะดูแลรักษาสิทธิของผู้ไม่ได้เข้าร่วมอย่างเคร่งครัด เพราะสิทธิอย่างนี้เป็นสิทธิสัมพัทธ์ จึงต้องใช้สิทธิโดยไม่ไปละเมิดสิทธิ์ของคนอื่น เช่น ประเทศฝรั่งเศส วางหลักเกณฑ์ให้การชุมนุมสาธารณะต้องแจ้งไปยังที่ทำการของเทศบาลล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน ถึงรายละเอียดของการชุมนุมที่กำลังจะเกิดขึ้น เช่น ชื่อแกนนำ ที่อยู่ วัน เวลา และวัตถุประสงค์ของการชุมนุมหรือเดินขบวน

หากทางการเห็นว่าการชุมนุมหรือเดินขบวน ดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยก็สามารถที่จะมีคำสั่งห้ามได้ แต่คำสั่งดังกล่าวแกนนำในการชุมนุมหรือเดินขบวนก็สามารถนำไปฟ้องศาลปกครอง เพื่อขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งห้ามดังกล่าวได้

หรืออย่างประเทศอังกฤษ กำหนดให้แกนนำจะต้องแจ้งรายละเอียดที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่สถานีตำรวจท้องที่ที่จะมีการชุมนุมหรือเดิน ขบวนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 6 วันทำการ หัวหน้าสถานีตำรวจท้องที่จะต้องออกใบอนุญาตซึ่งอาจกำหนดเงื่อนไข หรือหากหัวหน้าสถานีตำรวจท้องที่ไม่อนุญาต แกนนำสามารถอุทธรณ์ต่อสภาท้องถิ่นที่ออกคำสั่งห้ามได้ และการประชุมนั้นต้องเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย และไม่ก่อให้เกิดความวุ่นวาย ไม่อย่างนั้นก็มีทั้งกฎหมายอาญา และกฎหมายแพ่งรออยู่

ก็เลยได้แต่ปลอบตัวเองว่านี่เป็นเมืองไทย แค่ไม่มีคนตายก็น่าจะยินดีได้แล้ว จะไปหวังอะไรมากมาย บ้านเราคนที่ติดคุกติดคดี หลักๆ ก็เป็นคนจน กับคนไม่มีทางสู้ ที่ทำผิด แล้วบังเอิญมีคนรู้ และโดนจับได้..เงื่อนไขมันเยอะ ข้อยกเว้นมันแยะ บางคนอยากจะโดนจับวันไหน เลือกวันได้เลย บางคนยิ่งแล้วใหญ่ ทำผิดชัดๆ แต่ก็ลอยหน้าลอยตาออกสื่อได้เรื่อย ๆ ชิลล์ ๆ

เนื่องจากถนนรอบ ๆ ที่ทำงานหลายเส้นหยุดการจราจรไป วันนี้ขากลับ เลยใชัชีวิตอย่างปกติไม่ได้ เริ่มด้วยการขึ้นรถแท๊กซี่ ที่เปิดคลื่นแดงดังปกติ..แต่ไม่มีส่วนลดให้กับผู้โดยสารที่อดทนฟังจนถึงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน พอก้าวลงจากรถ นึกว่าตัวเองเป็นนักแสดงประกอบหนังเรื่อง the Hurt Locker ซึ่งก็ยังไม่ได้ไปดู แต่มีความสนใจมากมาย

รอบๆ สถานีรถไฟสามเสนมีทหารเดินมาเดินไป เดินไปเดินมา เดินไปถึงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ก็มีทหาร พร้อมโล่ ตั้งหลายนาย พร้อมด้วยน้องสุนัขทหาร ซึ่งสร้างความมั่นใจได้เป็นกองว่าสถานีน่าจะปลอดระเบิด ถ้าวันนี้เห็นทหารถือเครื่อง GT200 อาจถึงขั้นเปลี่ยนใจขึ้นรถไฟราง แทนรถไฟฟ้า แฮะๆ

ในระหว่างนั่งรถแท๊กซี่ ที่เปิดคลื่นแดงเสียงดัง โดยคลื่นเสียงเหล่านั้น แปลได้เป็นเนื้อความปลุกระดมให้เหล่าผู้กล้า สละเลือด ..นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของวันที่ได้ยินเรื่องน่าประหลาดใจอย่างนี้ เพราะก่อนจะก้าวออกมาจากที่ทำงาน ก็ฟังมา สอง สาม สี่ ห้า รอบแล้ว

แวบแรกที่ได้ยินเรื่องนี้ ก็มีฉากจอมยุทธ์เหลือลมหายใจสองเฮือกสุดท้าย กัดนิ้วตัวเอง แล้วเขียนบัญชีแค้นไว้ให้อนุชน ที่ต้องใช้เลือดเพราะจอมยุทธ์ไม่อาจไปจัดเตรียมเครื่องเขียนได้ทันสองเฮือกที่เหลือ เลยให้เลือดฝังความแค้น และความเจ็บปวดแทนลมหายใจที่กำลังจะหมด

เท่ระเบิดระเบ้อ..

แต่พอฟังอีก เหมือนเลือดจะเยอะ เป็นล้านมิลลิลิตร (พันลิตร หากโรงพยาบาลหรือสภากาชาด ต้องการเลือดในปริมาณนี้ต้องใช้คนบริจาคอย่างต่ำสี่พันคน) ตามประสาคนกลัวเข็ม แต่ใจแข็งไปบริจาคเลือดนานๆ ที คิดแล้วก็เสียดาย ทั้งเลือดทั้งเข็มไม่รู้กี่เล่ม ต้องเอามาเจาะเลือดเพื่อเอาเลือดไปสาดแสดงเจตนารมย์
ใช้เลือดก็สื่ออะไรได้หลายอย่าง เพราะเลือดไม่เหมือนคำพูด ที่ออกมาได้เรื่อยๆ ไม่ต้องคิด ไม่ต้องเจ็บก็พูดกันได้พล่อยๆ แต่เลือด จะออกมาจากตัวคน ต้องสร้างบาดแผลซะก่อน จะเล็ก หรือใหญ่ บาดแผลนั้นย่อมทิ้งร่องรอย อาจจะจดจำได้วัน สองวัน หรือนานเท่าที่ยังอยากจะจำ และยังจำได้

และเมื่อมีแผลแล้วก็อย่าลืมเชื้อโรค และโรคติดต่อที่รายล้อมอยู่รอบตัว ที่จ้องจังหวะจะจู่โจม คิดถึงตอนนี้แล้วเครียดมาก กลัวโรคติดต่อ…

ช่วงนี้ รู้สึกว่าตัวเราเองนี่ช่างเฉื่อยและชาเหลือเกิน แม้จะรู้ทั้งรู้ว่า บ้านเมืองกำลังวุ่นวาย อาจจะมีเหตุการณ์รุนแรง มีการปล่อยข่าว สร้างข่าว และความแตกแยกอยู่ทั้งวันทั้งคืน ผ่านปากคน ผ่านสื่อสารพัด แต่ก็ยังใช้ชีวิตที่มีไปเรื่อย ๆ ขณะที่มีคนหลายหมื่นนั่งใส่เสื้อแดงอยู่เต็มถนน (บางกระแสว่าหลายแสน ทั้งนี้มีผู้คำนาณพื้นที่ที่ใช้ในการชุมนุมคร่าวๆ ว่าสามารถจุคนได้เต็มที่ประมาณ 3.5 แสนคน แต่ขณะนี้ อยู่กันแบบหลวม ๆ ไม่เต็มพื้นที่ จึงมีหลายฝ่ายประมาณการว่าไม่ถึงหลักแสน) และกำลังจะเสียเลือดเป็นพันลิตร เพื่อเอาไปสาดถนน เป็นความรู้สึกคล้าย ๆ กับเวลาสัตว์ประหลาดบุกโลก ที่เรา ๆ ๆ ๆ ควรจะทำอะไรซักอย่าง แต่สุดท้าย สิ่งที่ทำได้คือหนีเอาชีวิตให้รอด และ ภาวนาให้ยอดมนุษย์มาถึงเร็วๆ และกอบกู้โลกของเราไว้ คิดจะทำอะไรบ้างมั๊ยเนี่ยชั้น!!!

ไม่มีความเห็นว่านายกควรลาออกหรือไม่ ควรประชุมสภาหรือไม่ การเมืองไทยจะมีทางออกหรือไม่ คนไทยจะรักกันได้หรือไม่ เสื้อแดงควรเลิกชุมนุมหรือเปล่า แต่ขอยกประโยคของคุณหมอที่ออกทีวีตอบคำถามเรื่องการเสียเลือดในคืนนี้ว่าที่บอกผู้ฟังในทำนองว่า

หากจะเสียเลือดทั้งที ควรเสียไปในสิ่งที่เป็นประโยชน์จะดีกว่า หากคิดว่าดี ไม่เดือดร้อนใคร และได้มากกว่าเสีย ก็ทำต่อไปคร้าบพี่น้องคร้าบ

2309_blood_450

11 March
1Comment

ทำไมเบื่อ

เคยรู้สึกเบื่อมั๊ยค่ะ ถ้าไม่เคย ลองทำอะไรซ้ำๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ต่อให้ชอบสิ่งที่ทำแค่ไหน..เป็นไปได้เหรอที่จะไม่เบื่อ??? ไม่เชื่อ ลองกินอาหารจานโปรด ทั้งสามเวลา เช้าเที่ยงเย็น เป็นเวลา สามปี อย่าถามนะคะว่าทำไมต้องสาม เหตุผลคล้าย 12 นาฬิกา วันที่ 12 ประมาณนั้นให้มันซ้ำๆ จะได้จำง่าย และจำได้

แล้วทำไม ทำอะไรซ้ำๆๆๆๆๆๆๆๆ ติดต่อกันนานๆๆๆๆๆๆๆๆ แล้วทำให้เราเบื่อหละ? คงเป็นเพราะว่าขณะที่ทำสิ่งนั้นๆๆๆๆๆๆๆๆ เรารู้ว่ามันจะเป็นยังไงๆๆๆๆๆๆๆๆ ทำให้ไม่มีความตื่นเต้น ไม่สนุก ไม่พอใจ ไม่มีความสุขอีกต่อไป และเริ่มคิดว่า อาจมีสิ่งอื่นที่ดีกว่านี้ให้ทำ โลกใบนี้มีอะไรให้ทำตั้งเยอะแยะนะคะ การทน เบื่อๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อาจทำให้เราเสีย
โอกาสที่จะทำสิ่งอื่นๆๆๆๆๆๆๆๆ อีกมากมาย

หากตอนนี้ คุณกำลังเบื่ออะไรซักอย่าง แต่บังเอิญสิ่งนั้น เป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อชีวิตคุณ อย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก ยังไง ลองพักสักนิด เพื่อลดระดับความเบื่อลงบ้าง ไม่แน่ ความรู้สึกรัก คิดถึง สิ่งเหล่านั้น อาจเกิดขึ้น หรือเพิ่มขึ้น และทำให้ความเบื่อลดลงไปได้ ทั้งนี้ อย่าปล่อยให้อาการเบื่อยืดเยื้อนาน เพราะจากเบื่อเฉยๆ จะกลายเป็นเบื่อหน่าย และอาจกลายเป็นสิ่งที่ไม่ชอบ
ไม่อยากเห็น ไม่อยากกิน อีกต่อไป

ว่าแล้ว ช่วงนี้ก็เบื่อๆ ไม่ได้เบื่อเขียนบลอกนะคะ เพียงแต่อาจจะเบื่อข่าว เบื่อคน เบื่ออการเมือง เบื่อโลก และเบื่อตัวเอง

อ้าวว อย่าเพิ่งเบื่อกันนะคะ และขอให้พรุ่งนี้ทุกท่านมีความปลอดภัยในชีวิต และความรู้สึกนะคะ
bored