do you know Y?

ทำไมต้องทำไม?

Archive for January, 2010

13 January
2Comments

ทำไมรถที่เปิดเพลงเสียงดังชอบลดกระจกลง?

คิดว่าหลายคนคงเคยเห็น รถคันที่มีการปรับแต่งเพิ่มเติม (แม้ว่ารถที่ซื้อมานั้นได้รับการคิดค้นและพัฒนาโดยวิศวกรเงินเดือนสูงอยู่แล้ว แถมบริษัทใหญ่ๆ ก็เชื่อใจและเอามาลงทุนผลิต เพราะเชื่อว่าขายได้..อย่างไรก็ตามเค้าไม่แคร์) บ้างก็โหลดต่ำ ติดปีก ติดท่อเพิ่มสารพัด และบางคันก็ติดเครื่องเสียงใหม่ เพื่อให้แก้วหูสะเทือนดีกว่าเดิม

และคนกลุ่มนี้นี่เอง ที่ Y สงสัยว่า ..เค้าจะเปิดกระจกลงมาเผื่อแผ่เสียงเพลงให้คนอื่นทำไม เลยลองสันนิษฐานเล่นๆว่า คนกลุ่มนี้

1. เป็นคนมีเมตตา ชอบให้ทาน แม้จะไม่รู้ว่า ผู้รับทั้งหลายจะชอบหรือไม่ก็ตาม

2. เปิดเพลงดังเกินไป หากไม่เปิดหน้าต่างแล้วแก้วหูอาจทะลุ โดยเหตุที่เปิดดังเพราะว่า ตอนลองเสียงที่ร้าน ช่างตั้งมาให้เสียงดัง และลดเสียงเองไม่เป็น

3. อาจจะต้องการโปรโมตเพลงของตัวเอง, ญาติ, พี่น้อง, คนรู้จัก หรือศิลปินในดวงใจ

4. ที่บ้านไม่ค่อยมีคนสนใจ ดังนั้น หากท่านได้พบเห็น อาจลองให้ความสนใจเขาบ้างโบกไม้โบกมือทักทาย และที่สำคัญโปรดจงรับรู้ถึงความมีอยู่ของเขาบนท้องถนน และรู้ว่า..นี่แหละ คือสไตล์เพลงที่เขาชอบ

5. ไม่ได้เปิดแอร์เพราะเงินแต่งรถหมด ไม่มีเงินซ่อมแอร์ หรืออาจจะรักสิ่งแวดล้อม ..ลดการใช้พลังงาน..น่ารักจริงๆ

ที่ถามเนี่ย ไม่ใช่ไม่ชอบนะคะ ถนนน่าเบื่อจะตาย มีเสียงโน่นนี่บ้างจะได้มีสีสัน และได้คิดเล่นๆ ว่า เอ..จะเปิดเพลงดังทำไมเนี่ย?

อ่อ และอีกไม่นาน รถจากงานมอเตอร์เอกซ์โป สามหมื่นกว่าคัน คงออกมาวิ่งกันครบ รัฐบาลของพี่หล่อหลักลอย(สื่อเค้าว่ากัน) ยังส่งเสริมการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานอีก..ถนนบ้านเราไม่เหงาแน่ๆ ดีไม่ดี เราอาจจะมีถนนลาดพร้าวตัดใหม่มารองรับความต้องการของการใช้รถของชาวกรุง

11 January
0Comments

ทำไมต้องผิด(มากไหม)

ต่อเนื่องกันเรื่องเพลง หลังจากที่เรามีเดอะสตาร์เป็นผุ้หญิงคนแรก เราก็มีแชมป์ AF ผู้หญิงคนแรกตามมาห่างๆ  โดยส่วนตัวแล้วไม่ถนัดเรื่อง reality show(และเรื่องอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะ reality) จึงขอข้ามไม่ให้ความเห็นกับปรากฏการณ์ดังกล่าว

มาว่ากันต่อเรื่องเพลง ที่จะให้ลองฟังวันนี้ชื่อเพลง “ผิดมากไหม”..ใครไม่เคยฟัง ลองฟังก่อนได้..แต่ใครที่เคยฟังแล้ว จะฟังไป อ่านไปก็น่าจะสุนทรีย์ดีเหมือนกัน

ต้องบอกเลยว่า เนื้อหาเพลงนี้ โดนใจมากๆ บางครั้ง ที่บางคนไม่สะเทือนกับเรื่องบางเรื่อง ซึ่ง หลายๆ คนอาจคิดเป็นว่าเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องสำคัญ ไม่ได้เป็นเพราะว่า คนๆนั้น แปลก ..จนในบางจังหวะคนคนนั้น ต้องตามตัวเอง หรือคนอื่นว่า นี่ชั้นไม่ปกติ..หรือเนี่ย??

ไม่มีใครรู้ดีในเรื่องของใครมากไปกว่าเจ้าตัว..แต่ก็อีกนั่นแหละ บางครั้งเจ้าตัวเองก็ไม่ได้รู้เรื่องของตัวเองสักเท่าไหร่

คิดว่าคนที่ได้ฟังเพลงๆ นี้อาจจะพอนึกภาพออกว่า เนื้อร้องเป็นเรื่องของผู้หญิงธรรมดาทั่วๆ ไปที่อ่อนไหวบ้างเป็นบางเวลา แต่กับเรื่องบางเรื่องที่คิดมาดีแล้ว และรู้ว่าน้ำตาไม่ควรค่าที่จะต้องเสีย เลยไม่ได้ฟูมฟายตามบทนางเอกหนังไทย ..แบบนี้ต่างหากที่หญิงไทยควรจะเป็น?

มิวสิควิดีโอเพลงนี้ แม้ว่าซอมบี้จะไม่ค่อยสยอง แต่ผู้ชายเนี่ย(นิสัย)สยองใกล้เคียงของจริงคะ Y ว่า ผู้ชายหลายคนรู้ว่า และคิดว่าผู้หญิงใจอ่อนและใช้จุดอ่อนของผู้หญิงจุดนี้ ทำให้ผู้หญิงต้องเสียใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า..แต่ในที่สุดผู้หญิงก็ตัดใจได้..เพราะคิดได้ว่าผู้ชาย…(กรุณาเติมคำลงในช่องว่างเอาเอง)…

จริงๆ แล้วถ้าทำในสิ่งที่คิดแล้ว ไตร่ตรองแล้ว และสิ่งนั้นไม่ได้สร้างภาระให้กับสังคม และสิ่งแวดล้อม เรื่องใครจะมองว่าเราผิดมาก ผิดน้อย ก็ช่างหัวมันเถอะ

ปล. ขออภัยท่านผู้อ่าน หากไม่ได้สาระและความบันเทิงเท่าที่ควรจากโพสนี้..

09 January
3Comments

หญิงไทยทำไมต้องไม่ยอม

อ่านชื่อแล้วอย่าเพิ่งคิดไปไกล..ว่ายอม ไม่ยอมอะไรนะ หวังว่าหลายคนคงเคยฟังเพลง “หญิงไทย ของ ดาเอ็นโดรฟิน” กันบ้าง Y ว่าเป็นเพลงที่เพราะเพลงนึงเลย  (ถ้าใครยังไม่เคยฟัง ลองหาที่ youtube  ได้)แต่ไม่แน่ใจว่าเพลงนี้ จะยังแทน “หญิงไทย” ในทุกวันนี้ได้ซักกี่เปอร์เซนต์ เพราะเค้าบอกว่า..

เป็นคนที่อ่อนไหว กับเรื่องราวที่เข้ามา  — อันนี้เห็นด้วย
เป็นคนที่มองฟ้า อาจจะเสียน้ำตาได้  — อันนี้เห็นด้วย
เป็นคนไม่พูดจา เป็นคนที่เรียบง่าย — อันนี้ไม่แน่ใจ

ไม่ค่อยสนใจ เรียกร้องเรื่องอะไร — เอ..จริงเหรอเนี่ย?

เป็นคนที่ดูเฉย อาจจะเชยด้วยซ้ำไป — จะยังเหลือมั๊ยเนี่ย?
เป็นคนไม่หวั่นไหว ไม่ค่อยสุงสิงใครๆ — เอ..เป็นอย่างงั้นจริงๆเหรอ?
เป็นคนไม่สังคม กินอยู่ก็ง่ายๆ — อืม สงสัยจะดำรงชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง
หญิงไทยยังไงก็ยังงั้น — ตกลงว่างั้นจริงเหรอเนี่ย?

เเต่เป็นคนที่หัวใจข้างในเข้มเเข็ง — ค่อยยังชั่วหน่อยหญิงไทย
เป็นคนที่เข็งเเรงเรื่องหัวใจ — เป็นอย่างงั้นก็ยอดเลย
หากได้ลงได้ลองได้รักใคร
เทให้เลยหมดทั้งหัวใจ — จะดีมั๊ยน้อ
เเละพร้อมตายเเทนได้เลย เธอรู้ไหม — ขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย?

เป็นที่ช่างฝันเเละชอบจินตนาการ — ดีๆ
เป็นคนไม่ค่อยหวาน เเต่ไม่ค่อยยอมเเพ้ใคร — อันนี้งงๆ
เป็นคนที่ไม่ยอม ถ้าใครมาคิดร้าย — ไม่ยอมด้วย
หรือเเย่งเธอไปฉันไม่ยอม — จะดีมั๊ยเนี่ย?

จากที่ตามบัตรประชาชนเป็นหญิงไทยคนหนึ่ง และได้รู้จักหญิงไทย หลายคน ฟังเพลงนี้แล้วก็อดแปลกใจไม่ได้..ว่าเอ..หญิงไทย มีลักษณะอย่างที่ร้องมาจริงเหรอ แม้ว่าตอนนี้ Y ร้องเพลงนี้ได้อย่างคล่อง แต่ก็ยังข้องใจ..กับเนื้อหาของเพลง ในหลายประโยค

หากหญิงไทย ใจเข้มแข็ง ไม่หวั่นไหว ไม่เรืองมาก หากมีคนมาแย่งผุ้ชายแล้วทำไมจะต้องไม่ยอม?

ความรัก หรือความสัมพันธ์ เป็นเรื่องระหว่างคนทั้งหมดที่มีส่วนเกี่ยวข้อง (ไม่อยากใช้สองคน เพราะบางทีอาจมีหลายคน อย่างเช่น กรณีรักสามเส้า เป็นต้น)

หากมีใครมาแย่ง “เธอ” ไป ก่อนที่จะยอมไม่ยอมนั้น บางครั้งอาจต้องถามว่าเธอ “อยากจะไป หรือไม่” เสียก่อนกระมัง เพราะแม้ว่าหญิงไทยไม่ให้เธอไป แต่เธออยากไป เพราะใจของ “เธอ” ไม่อยู่กับหญิงไทยซะแล้ว คงป่วยการที่จะรั้ง “เธอ”ไว้ หรือจะสาดน้ำกรด, ตามไปตบ, โทรศัพท์ไปด่า, ต่อว่าใน hi5 หรือ fb หรือจะจ้างคนไปยิง ”มัน” ที่มาแย่ง”เธอ” เพราะสิ่งเหล่านั้นไม่น่าจะทำให้เรื่องราวแสนหวานในอดีตกลับมาเป็นอนาคตของความสัมพันธ์ได้ เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่าค่ะ

จนตอนนี้ไม่แน่ใจนิยามของ “หญิงไทย” ควรเป็นยังไง เหมือนกันค่ะ

แต่ถ้า “มัน” มาแย่ง “เธอ” และ “เธอ” อยากจะไปกับ “มัน” ในฐานะหญิงไทยตามการเกิดคนหนึ่ง ขอแสดงความเห็นว่า ควร “ยอม” ปล่อย “มัน” ไปทั้งสองคนเลยดีกว่าค่ะ

นางสาวไทย

07 January
3Comments

ทำไมพี่มาร์คไม่ปลื้มหวยออนไลน์

เลขเด็ด

ช่วงนี้ กรณี หวยออนไลน์ กำลังเป็นข่าวเด่น ข่าวดัง เรื่องนึง(แต่อาจจะสู้เรื่องนาธานไม่ได้..ของเค้าแรงจริง)

Y เป็นคนนึงที่ไม่ปลื้มการซื้อหวย การเล่นการพนัน การค้าประเวณี การจำหน่าย และเสพยาเสพติด แต่ต้องบอกว่า หวยออนไลน์เป็นเรื่องที่รับได้ค่ะ ข่าวการเมืองยังทนดูมาได้ตั้งหลายปี..

หลายคนคงจำกันได้นะคะ ว่าประเทศเราเคยมีหวยบนดินกัน..แล้วมันก็หายไป ตามพี่แม้ว..แต่โปรเจคหวยออนไลน์ ยังอยู่ และกำลังจะถึงเวลาที่หวยถูกกฎหมายจะคืนชีพ…แต่ทว่าพี่มาร์คสุดหล่อของ Y เค้าดันไม่ปลื้ม และพยายามที่จะล้ม..เลิก..หวยออนไลน์ จากถ้อยแถลงที่ให้สัมภาษณ์ว่า “ผมเชื่อว่า ยังมีช่องทางที่จะทำได้ โดยรัฐบาลไม่เสียหายและภาคเอกชนก็ไม่ได้รับผลกระทบ คิดว่า เวลา 30 วัน ที่ให้ไปน่าจะเพียงพอ ปัญหามีอย่างเดียว คือต้องไปดูสัญญา ว่าจะแก้ไขได้อย่างไร ยืนยันไม่ได้เอาเปรียบเอกชน ทุกอย่างต้องเป็นไปตามสัญญา แต่รัฐบาลชุดนี้ไม่ต้องการอบายมุข จึงคิดว่าต้องแก้ไข ยืนยันจะได้ข้อยุติในรัฐบาลนี้” โดยพี่มาร์คบอกอีกว่า หวยออนไลน์ทำให้เกิดผลกระทบทางสังคมในวงกว้าง การพนันจะขยายตัวเพิ่มขึ้น และป้องกันเด็กๆ ไม่ใช้เข้ามายุ่งเกี่ยวยากกว่าเดิม

โอ้วว จิตใจสูงส่งขนาดนี้ น่าจะแก้ปัญหาโสเภณี สถานเริงรมย์ บ่อนเถื่อน ยาเสพติด ให้จบๆ ไปม้วนเดียวเลยนะคะ แต่คาดว่า พี่มาร์คคงไม่แก้ เพราะได้ยินที่พี่เค้าให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ได้จะล้มลอตเตอรรี่ เพราะลอตเตอรรี่มีมานานแล้ว เป็นเหตุผลที่ฟังขึ้น และไม่แย้งกันเลยกับเหตุผลที่พี่เค้าไม่หนุนหวยออนไลน์..คนเขียนชักงง ว่าเอ..ตกลงพี่เค้ายังไง ดีไม่ดี วิธีคิดแบบนี้ จะลามไปเรื่องคอร์รัปชั่นด้วยมั๊ยนี่..มีมานานแล้วเหมือนกันนะคะ..

เพื่อความศักดิ์สิทธิ์ของความเห็น พี่เค้าอ้างว่า มีผลการวิจัยหวยออนไลน์ไม่สามารถแก้ปัญหาหวยใต้ดินได้  เหมือนจะมีเหตุผลเท่ๆ นะคะเนี่ย ทั้งหล่อ ทั้งฉลาด..เทพจริงๆ

สอดคล้องกับที่ท่าน อ.วรากรณ์ จะบอกว่า การมี หรือไม่มีหวยใต้ดิน ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจซักเท่าไหร่ เพราะช่วงที่ผ่านมาที่หวยบนดินโดนแบนไป เศรษฐกิจก็ไม่ได้แย่ลง และมีแนวโน้มจะดีขึ้นด้วย อืมม มีเหตุผล

นอกจากนี้ ยังมีการสำรวจโดยสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ เมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา จากกลุ่มตัวอย่าง 1,063 ครัวเรือน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 58.0 ไม่เห็นด้วยกับการมีหวยออนไลน์เกิดขึ้นในสังคมไทยทั้งนี้ ประชาชนที่ไม่เห็นด้วย ให้เหตุผลว่าสังคมไทยเป็นสังคมแห่งพระพุทธศาสนาควรช่วยกันลดอบายมุขมากกว่าส่งเสริม หวยออนไลน์จะเป็นการมอมเมาประชาชน ทำให้คนเล่นการพนันมากขึ้น ยังไม่มีกฎเกณฑ์และเจ้าหน้าที่ที่เข้มงวดเพียงพอ จะทำให้เกิดปัญหาสังคมหลายอย่างตามมา สงสัยกลุ่มตัวอย่างคงไม่ได้อยู่แถวๆบ้าน หรือที่ทำงาน Yแน่เลย ไม่งั้น ผลสำรวจไม่มีทางเป็นอย่างงี้

แต่อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเห็นด้วยกับ ร้อยละ 42.0 ที่เหลือเพราะถึงไม่มีหวยออนไลน์คนก็เล่นหวยกันอยู่แล้ว จะได้ไม่ต้องมีหวยใต้ดิน รัฐบาลมีรายได้มากขึ้น และประชาชนจะได้เล่นหวยที่ถูกกฎหมาย และทำให้เงินที่ประชาชนซื้อหวยเกิดประโยชน์อะไรกลับสู่คนเหล่านั้นในรูปบริการสาธารณะบ้าง  ดีกว่าคืนกำไรสู่ผู้เก็บส่วย

บางครั้ง การแก้ปัญหาเรื่องคุณธรรม จริยธรรม หรือพัฒนาเมืองไทยอย่างเป็นเมืองพุทธ คำตอบอาจจะไม่ได้อยู่ที่มีหวย หรือไม่มีหวย แต่อาจจะอยู่ที่ว่าก่อนจะตัดสินใจทำอะไรนั้น ยอมรับความเป็นจริงในบ้านในเมืองเราได้หรือไม่ และวิธีที่เราทำอยู่ทุกวันนี้อย่างเรื่องออกกฎหมายให้เข้มงวด นอกจากตัวหนังสือแล้ว มีการดำเนินการที่เข้มงวดบ้างหรือเปล่า และการศึกษาของประเทศเรา พัฒนาความรู้ ความคิดนักเรียนเพียงพอหรือยัง? การแจกเครื่องแบบ และเครื่องเขียน น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญในการทำให้เด็กฉลาด?

..จะว่าไป Y ก็เห็นใจพี่มาร์คนะคะ แค่แต่งตั้ง ผบ.ตร. ยังยากจัง จะแก้เรื่องที่เป็นสาระ คงยากกว่านั้น..

Y ไม่ค่อยนิยมซื้อหวยค่ะ แต่ถ้ามีเด็ดๆ สามตัว แบ่งปันกันบ้างก็ดีนะคะ

06 January
2Comments

ทำไมคนชอบซื้อของขวัญปีใหม่ ตอนปลายปี

คำถามนี้ อาจจะฟังดูบ้าๆ บอๆ ก็คงเหมือนของขวัญวันแม่…ใครจะเตรียมไว้ตั้งแต่วันพ่อ หรือจะมีใครบ้างที่วางแผนจะซื้อของขวัญวันวาเลนไทน์ให้หวานใจตั้งแต่วันสงกรานต์ ..ส่วนหนึ่งของที่เราจะซื้อบางครั้งไม่ได้ขายทั้งปี อย่างเสื้อแขนยาวก็จะหาซื้อได้ยากในหน้าร้อนเป็นต้น

วันนี้ Y มีโอกาสได้อ่านผลการสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายคนช่วงปีใหม่ ในมติชนออนไลน์ ซึ่งผู้สำรวจมีข้อสันนิษฐานที่น่าสนในว่า คนกรุงเทพฯส่วนใหญ่ได้มีการวางแผนซื้อของขวัญปีใหม่ในวาระของการเฉลิมฉลองส่งท้ายคึกคักขึ้น โดยคนส่วนใหญ่ของส่วนใหญ่แรก วางแผนจะเลือกซื้อสินค้าของขวัญปีใหม่เพื่อมอบให้บุคคลต่างๆ ค่อนข้างช้ากว่าปีที่แล้วคือประมาณเดือนธันวาคม จากเดิมที่มักจะเริ่ม shopping กันตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน โดยผลสำรวจ ตั้งข้อสันนิษฐานว่า สาเหตุที่นำไปสู่สมมติฐานดังกล่าวคือ คนส่วนใหญ่ต้องการรอซื้อสินค้าราคาถูกในเดือนสุดท้ายของแต่ละปีจากมหกรรมลดราคาสินค้าล้างสต็อกสินค้า

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งคำตอบ

แต่เรื่องที่น่าสนใจอีกอย่างนึง…คือเรื่องโปรโมชั่นท้ายปีที่ผู้ทำการสำรวจสันนิษฐานว่าเป็นแรงจูงใจที่ทำให้คนรั้งรอที่จะซื้อของตอนท้ายปีนั้นเป็นเรื่องจริง หรือ ไม่…

ตามประสาผู้หญิงที่ยอมจ่ายเพื่อบางสิ่งที่ลดราคา แต่อาจจะจำเป็นต้องซื้อ ที่ไหนมีป้ายแดง มีคนมุง รุมทึ้ง เห็นทีไรก็อยากจะแวะทุกที  และด้วยสาเหตุนี้ ทำให้ Y มีความคิดเห็นว่าบางที ข้อสันนิษฐานของผลสำรวจ เกี่ยวกับโปรโมชั่น และแรงจูงใจ เป็นแค่เรื่องที่ คนหลายคนเชื่อ..แต่ไม่ใช่ความจริง..เสมอไป

ข้อพิสูจน์ที่ 1 ช่วงกลางปี Y ไปเดินเล่นที่ห้างใกล้บ้าน บังเอิญ Sale เรดาร์ใต้จิตสำนึกกระดิก และนำพาไปยังมุมขายของลดราคาโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว  และเลือกของได้อย่างนึง ที่คิดว่า..มันอาจจะมีประโยชน์..สักวันหนึง และตัดสินใจเอาเงิน จำนวนที่พอจ่ายไหวแลกของสิ่งนั้นมาบรรจุไว้ในตู้เพื่อรอการใช้งาน และในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปี Y คงเหมือนกับหลายคนที่ต้องออกตระเวน เสาะหาของขวัญ และแล้วเรดาร์ก็กระดิกอีกครั้ง และพา Y ไปยังมุมเดิมที่เคยซื้อ ในแวบแรก..แอบตุ้มๆ ต่อมๆ ว่าของที่ซื้อมาวันนั้นจะราคาถูกลงกว่าเดิมเพราะอำนาจแห่งเทศกาลของการจับจ่ายใช้สอย… หลังจากทำใจครึ่งวินาที Y ก็พร้อมเผชิญความจริง..ที่ว่า..ราคาตอนนี้เพิ่มขึ้นจากตอนนั้น..เอ..ควรจะรู้สึกยังไงดีน้อ??

ข้อพิสูจน์ที่ 2 ที่ร้าน เพื่อสุขภาพและความงามแห่งหนึ่ง ในช่วงปีใหม่ ทางร้านได้จัดโปรโมชั่นหลายโปรโมชั่น จน Y ตื่นเต้นละลานตา ด้วยป้ายราคาสีแดงที่มีอยู่ทั่วร้าน และว่อนอยู่ในหัวโดยไม่ทราบสาเหตุ และแล้ว Y ก็เจอสิ่งที่ “อาจจะ” จำเป็นในอนาคตที่อยากจะซื้อ โดยราคาตอนนั้นอยู่ที่ 3 ขวด 299 บาท..คละกลิ่น  คละชนิด ได้ อืม..นี่แหละที่รอคอย..แต่ด้วยความโชคดี หรืออาจะจะโชคร้าย กลิ่นที่ Y ต้องการดันหมด เลยอดซื้อ แต่เมื่อเย็นวันนี้ Y แวะไปร้านเดิมที่สาขาใกล้บ้าน และไปเยี่ยมๆ มองๆ ร้านนี้อีกที ปรากฏว่า ราคาของสิ่งที่ Y จะซื้อ เหลือเพียงขวดละ 99 บาท ไม่ต้องซื้อ 3 ขวด แถมราคาต่อขวดยังถูกกว่า  อืม..ทำเอาซึ้งกับโปรโมชั่นปีใหม่ไปเลย..

ไงคะ ปีใหม่ ซื้ออะไรกันไปบ้าง???