ทำไมต้องเรียนหนังสือ?
ประเทศไทย เป็นประเทศประชาธิปไตย เราๆ ท่านๆ ทั้งหลาย ๆ มีสิทธิ์ได้รับความคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพ จากรัฐ ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่ทว่าเรามีการศึกษาภาคบังคับ..คนไทยทุกคนต้องเรียนหนังสือ..อืมทั่นๆ ทั้งหลายคิดแทนเราแล้วคะว่า เรียนหนังสือนี้ต้องดีแน่ จึงต้องเรียนกันทุกคน
ที่มาของคำถามนี้มาจากมิตรรักแฟนเพลงจากแดนไกลคนหนึ่ง ที่กำลังเรียนป.โท และอยู่ในระหว่างช่วงโค้งสุดท้ายในการทำวิทยานิพนธ์ หลายๆ คนอาจจะพอจินตนาการได้ว่าสถานการณ์จะเป็นไปในทางไหน ทำไมจึงมีคำถามว่า ทำไมต้องเรียนหนังสือด้วย
นั่นสิคะ เด็กหลายๆ หรือผู้ใหญ่หลายๆคน ตอนเป็นเด็ก อาจจะเคยบ้างที่สงสัยว่า เราจะเรียนคณิตศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์ ขั้นสูงๆ และยากๆ ทำไมกัน ในเมื่อ เราไม่ได้อยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ คนบ้า หรือคนเพี้ยนๆ อย่างที่เคยเห็นคนเก่งๆ เค้ามักจะเป็นกัน หลายคนก็บอกว่า รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม ในขณะที่บางคนบอกว่า รู้มากจะยากนาน ..แต่รู้น้อยก็พลอยรำคาญ
Y เริ่มทำงานตอนจบ ป.ตรี จนกระทั่งตอนนี้คุณวุฒิไม่ได้เปลี่ยนแปลง..แต่สังขารตอนนี้กับตอนนั้นต่างกันเยอะ ชีวิต 19 ปี จาก 23 ปี อยู่กับการศึกษาเล่าเรียนทำให้คิดว่าผ่านชีวิตมาเกือบจะครึ่งชีวิตแล้ว ยังไม่ได้ลงมือทำงานเป็นเรื่องเป็นราว เลยคิดว่าพักเรื่องเรียนเอาไว้ก่อน มาเรียนรู้ชีวิตการทำงานก่อนตัดสินใจ เผื่อจะคิดได้ว่า สิ่งใดที่เรียนแล้วจะมีประโยชน์ หรือบางทีการเรียนหนังสือในชั้นเรียน อาจจะไม่ใช่คำตอบของชีวิตอีกต่อไปก็ได้ เพราะตอนนี้ก็อ่านออก เขียนได้บ้าง และพอจะตัดสินใจเองได้บ้าง น่าจะเรียนเองได้เหมือนกัน
ผ่านมา 3-4 ปีก็ได้เรียนรู้ว่า ส่วนหนึ่ง การเรียนหนังสือเป็นการเพิ่มมูลค่าตัวเองในตลาดแรงงาน หากมีใบยืนยันว่ามีความรู้ในสาขาที่มีความต้องการ โอกาสที่จะถูกจ้างงานก็มีสูง ในทางกลับกัน แม้ว่ามีความรู้ ความสามารถแต่ไม่มีใบยืนยัน บริษัทบางบริษัทก็ไม่ได้มีเวลาที่จะทดสอบความสามารถที่เค้าต้องการ เลยให้ความสำคัญกับกระดาษแผ่นนั้นมากกว่า คนที่มีความสามารถ แต่ขาดกระดาษในกรณีนี้จึงอาจไม่ได้รับการพิจารณา
ในทางนี้ การเรียนจึงเป็นวิธีการที่จะได้มาซึ่งกระดาษ ยืนยันว่า เราผ่านมาตรฐานรับรองจากสถานศึกษา….มีความเป็นไปได้ที่จะทำงานให้กับนายจ้าง ส่วนค่าจ้างนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาด และมูลค่าเพิ่มที่สามารถจะสร้างได้จากผลของการเรียนเหล่านั้น รวมถึง จำนวนของแรงงานที่มีอยู่ ณ ขณะนั้นๆ ด้วย อ้าววว นี่เรียนมาเพื่อจะเป็นลูกจ้างเค้าเหรอเนี่ย..
ส่วน การศึกษาภาคบังคับเนี่ย เราเรียนเพื่อที่จะเป็นพลเมืองที่ดี ว่านอนสอนง่าย เพราะเราต้องเชื่อว่า ประเทศมี 4 สมัย วีรบุรุษมีชื่อเรียงเสียงไร ใครทำคุณให้แก่ประเทศชาติอย่างไร และเราถูกรุกรานจากใครอย่างไร รวมทั้งเรียนรู้ที่จะสื่อสารอย่างคนไทย ด้วยภาษาไทย และเรียนที่จะมีค่านิยมอย่างไทย ทั้งเรื่องความเกรงใจ ความซื่อสัตย์ และสมบัติผู้ดีร้อยแปดพันประการ ทำให้เรารู้ว่าสังคมคาดหวังว่าเราจะควรจะทำอะไร หรือไม่ทำอะไร
หากเราไม่มีการศึกษาภาคบังคับ ขั้นพื้นฐานเนี่ย นึกไม่ออกเลยว่า เราจะคุยกันยังไง จะสื่อความหมาย และมีปฏิสัมพันธ์กับคนในสังคมได้อย่างราบรื่นหรือขัดแย้งรุนแรงอย่างไร ทั้งนี้ การศึกษาขั้นพื้นฐานก็ไม่ได้การันตีว่าหากผ่านการศึกษาแล้ว เราจะสามารถแสดงบทบาทที่หลักสูตรคาดหวังได้ ส่วนเรื่องคิดได้มากน้อยยังไง ไม่แน่ใจว่าประเทศเราให้ความสำคัญแค่ไหน แต่อย่างน้อยที่สุด การเรียนทำให้คนนึงกลายเป็นอีกคนหนึ่งแน่นอน เพราะหากเราไม่มีระบบความคิด ตรรกะหรือบทเรียน ใดๆ ในหัวเลย ไม่แน่ใจว่า เราอาจเป็นเหมือนผักก็ได้…
การเรียนหนังสือเป็นกิจกรรมเพื่ออนาคต นอกจากความรู้แล้ว สิ่งที่ควรได้จากการเรียนคือปัญญา เรียนแล้วรู้ คิดได้ ตัดสินใจเป็น และสามารถเลือกใช้ชีวิตอย่างที่ต้องการได้ไม่ยากนัก ซึงมีหลายคน ดิ้นรน เพื่อให้ได้มาซึ่งโอกาสในการเรียนหนังสือ ในขณะที่สำหรับบางคนการทนเรียนว่า เป็นการทำงานตามสัญญาว่าจ้างของบิดามาดร อยากทำอาชีพนี้ค่ะ จำได้ว่าสบาย…มาก ยกเว้นช่วงส่งงาน และช่วงสอบ แฮะๆ
Y เองก็เป็นคนมีการศึกษานะคะ อนุบาล ประถม มัธยม อุดมศึกษา ผ่านมาแล้วทั้งนั้น แม้ว่าจะมีต้องซ่อม ต้องแก้บ้าง แต่ก็มีใบประกาศรับรองนะคะว่าผ่านแล้ว แม้ว่าอ่านแล้วอาจจะดูเป็นคนไร้แก่นสาร หรือการแสดงออกหลายอย่างอาจไม่ค่อยฉลาด ก็ตามที…


การเรียนสูงทำให้เราประสบผลสำเร็จในการทำงานจริงหรือ
แล้วเราเรียนแล้วมีสิ่งใดที่ยืนยันว่าเราจะมีสิ่งที่เป็นของตัวเองครับ
ผมไม่สามารถที่จะตอบคำถามของผมได้
ตอนนี้ผมเรียนวิศวะแต่มันเหมือนไม่อยากเรียนเพราะเรียนไปแล้วไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไร
คำถามโคตรโง้เลยครับแต่ผมอยากรู้ถ้ามีแนวคิดที่ดีผมก็พร้อมที่จะทำและก็ขอบคุณอย่างมากเลยครับ
การเรียน หรือใบปริญญา ไม่ใช่เครื่องการันตีความสำเร็จ ในชีวิต
และการเรียน ไม่ได้มีความหมายว่า ความรู้ หรือการศึกษา มีคนจำนวนมากเรียนไม่จบ ป.ตรี แต่ประสบความสำเร็จในชีวิต หรือคนที่เรียนจบ และประสบความสำเร็จก็มีไม่น้อย
มี อ.ท่านนึง บอกว่า สิ่งที่เรียนเนี่ย ส่วนหนึ่งที่ได้คือความรู้ แต่สิ่งสำคัญมากกว่านั้นคือความคิด ซึ่งอาจจะนำมาซึ่งความรู้ และเรื่องความคิดเนี่ย เป็นเรื่องที่สอนกันยาก คล้ายๆกับการสอนให้ดักแด้ลอกเปลือก หรือการเอานิ้วชี้ให้คนอีกคนมองดวงจันทร์ ส่วนเรื่องว่าการเรียนวิศวะจะเอาไปทำอะไรนั้น วันนี้คุณอาจจะยังไม่รู้ เพราะคำตอบยังมาไม่ถึง ว่าแต่ว่า แล้วคุณสอบเข้าเรียนคณะนี้เพราะอะไร?
สิ่งสำคัญสิ่งแรกที่วายคิดว่าคุณวสันต์จ้องทำคือคิดถึงตัวเองมากๆ ว่าความสำเร็จของคุณ หมายถึงอะไร มีครอบครัวที่อบอุ่น มีเงิน มีบ้าน มีรถ หรืออะไรที่มากกว่านั้น
หรือหากการนิยามคำว่าความสำเร็จเป็นเรื่องไม่ง่ายที่จะนึกภาพออก ลองจินตนาการวันที่คุณสิ้นลมดูก็ได้ ว่าอยากให้วันนั้นเป็นอย่างไร มีใครดีใจ หรือเสียใจกับการจากไปของคุณบ้าง หรือว่าต้องการให้พิธีกร หรือญาติ กล่าวถึงคุณว่าอย่างไร
คิดว่าตอนนี้ คุณน่าจะพอเห็นเส้นทางชีวิตที่ต้องการคร่าวๆ แล้วคงจะเริ่มคิดว่า..ควรจะเอายังไงกับมันดี
ลองดูแต่ละทางเลือกที่ออกมาจากผลของการไตร่ตรอง แล้วเลือกซักทาง ที่คุณเห็นว่าหากไม่เลือกทางนี้แล้วคุณจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต .. ทั้งนี้อย่าลืมว่าทางสู่ความสำเร็จ มีความเป็นไปได้น้อยมาก ที่จะเป็นทางราบรื่น
คิดดีๆ แล้วจะเจอคำตอบ ที่ไม่มีใครตอบได้ดีไปกว่าคุณเองค่ะ